<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>TourTripTravel บริษัททัวร์ ทัวร์ต่างประเทศ ทัวร์ ต่างประเทศ tour ทัวร์ทั่วโลก เที่ยวทั่วโลก &#187; สาระน่ารู้ก่อนเดินทาง</title>
	<atom:link href="http://www.tourtriptravel.com/category/substance-concerned-before-travel/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.tourtriptravel.com</link>
	<description>เว็บเดียวเที่ยวทั่วโลก</description>
	<lastBuildDate>Wed, 23 Dec 2009 03:59:40 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.4</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>ประเทศโอมาน</title>
		<link>http://www.tourtriptravel.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%99/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%99.html</link>
		<comments>http://www.tourtriptravel.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%99/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%99.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 19 Aug 2009 18:42:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้ก่อนเดินทาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tourtriptravel.com/?p=191</guid>
		<description><![CDATA[สาระน่ารู้เกี่ยวกับ ประเทศโอมานประเทศโอมาน:กรุงดามัสกัต
ข้อมูลเบื้องต้น :
ที่ตั้ง     โอมาน มีพื้นที่ประมาณ 309,500 ตร.กม. ตั้งอยู่ทิศตะวันออกของทะเลอาหรับและอ่าวโอมาน ทิศเหนือติดกับสหรัฐอาหรับเอมิเรทส์ ทิศตะวันตกติดกับซาอุดิอารเบีย ทิศใต้ติดกับเยเมน โอมานมีชายฝั่งทะเลที่ยาวมากประมาณ 1,700 กม.
การปกครอง     ปกครองด้วยระบบ สมบูรณาญาสิทธิราชย์ มีสุลต่านเป็นประมุข ปัจจุบันคือ His Majesty Sultan Qaboos bin Said เขตการปกครองแบ่งออกเป็น 7 เขตใหญ่ และ1 ส่วนย่อย คือ Musandam ซึ่งอยู่ปลายแหลมโอมาน โดยมีสหรัฐเอมิเรตส์คั่นกลาง
เมืองหลวง     กรุงมัสกัต มีประชากรประมาณ 634,000 คน เป็นชาวโอมาน ประมาณ 380,000 คน ที่เหลือเป็นชาวต่างชาติ (ตัวเลขเมื่อ ธ.ค.2546)
ประชากร     ประมาณ 26 ล้านคน เป็นชาวโอมาน ประมาณ 1.8 ล้านคน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สาระน่ารู้เกี่ยวกับ <span><span style="font-weight: normal; font-size: 10pt; font-style: normal; font-family: Tahoma; font-variant: normal;"><span style="font-size: x-small;">ประเทศโอมาน<span id="more-191"></span></span></span></span>ประเทศโอมาน:กรุงดามัสกัต</p>
<p>ข้อมูลเบื้องต้น :</p>
<p>ที่ตั้ง     โอมาน มีพื้นที่ประมาณ 309,500 ตร.กม. ตั้งอยู่ทิศตะวันออกของทะเลอาหรับและอ่าวโอมาน ทิศเหนือติดกับสหรัฐอาหรับเอมิเรทส์ ทิศตะวันตกติดกับซาอุดิอารเบีย ทิศใต้ติดกับเยเมน โอมานมีชายฝั่งทะเลที่ยาวมากประมาณ 1,700 กม.<br />
การปกครอง     ปกครองด้วยระบบ สมบูรณาญาสิทธิราชย์ มีสุลต่านเป็นประมุข ปัจจุบันคือ His Majesty Sultan Qaboos bin Said เขตการปกครองแบ่งออกเป็น 7 เขตใหญ่ และ1 ส่วนย่อย คือ Musandam ซึ่งอยู่ปลายแหลมโอมาน โดยมีสหรัฐเอมิเรตส์คั่นกลาง<br />
เมืองหลวง     กรุงมัสกัต มีประชากรประมาณ 634,000 คน เป็นชาวโอมาน ประมาณ 380,000 คน ที่เหลือเป็นชาวต่างชาติ (ตัวเลขเมื่อ ธ.ค.2546)<br />
ประชากร     ประมาณ 26 ล้านคน เป็นชาวโอมาน ประมาณ 1.8 ล้านคน และชาวต่างชาติประมาณ 8 แสนคน<br />
การส่งออก     เป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกน้ำมัน สามารถผลิตได้ 900,000 บาร์เรลต่อวัน 85% ของการส่งออกมาจากการส่งออกน้ำมัน<br />
เขตปกครอง     มีพื้นที่ 312,500 ตร.กม. แบ่งเป็น 7 แคว้นใหญ่ และหนึ่งส่วนย่อย คือมูแซน ดัม (Musandam)<br />
ศาสนา     อิสลามนิกาย Ibadhi<br />
ภาษา     ใช้ภาษาอารบิกเป็นภาษาราชการ แต่ชาวโอมานส่วนใหญ่สามารถใช้ภาษาอังกฤษติดต่อได้<br />
ภูมิอากาศ     โดยทั่วไปมี 2 ฤดู คือ<br />
ฤดูร้อน อุณหภูมิ 31-47 องศาเซลเซียส ระหว่าง เม.ย.-ต.ค.<br />
ฤดู หนาว อุณหภูมิ 20-25 องศาเซลเซียส ระหว่าง พ.ย.-มี.ค. ทั้งนี้ยกเว้นภาคใต้ของประเทศจะมีภูมิอากาศแบบมรสุม มีฝนตกเป็นประจำระหว่างเดือน พ.ค.-ก.ย.<br />
ภูมิประเทศ     มีพื้นที่ประมาณ 82% เป็นทะเลทราย มีที่ราบชายฝั่งทะเล 3% และเทือกเขา 15%<br />
สกุลเงิน     ริยัลโอมาร (Rial Omani= RO) อัตราแลกเปลี่ยน 1 RO=2.6 US$ หรือ ประมาณ 105 บาท</p>
<p>ข้อพึงระวัง<br />
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์     สามารถนำเข้าได้เฉพาะผู้เดินทางเข้าประเทศที่ไม่ใช่มุสลิม ในอัตรา 1 ลิตร/คน<br />
การแต่งกาย     ชาวโอมานจะแต่งกายด้วยชุดประจำชาติ โดยเฉพาะ สตรีจะแต่งกายมิดชิด ชาวต่างชาติจึงไม่ควรแต่งกายไม่สุภาพ เช่น นุ่งกางเกงขาสั้น<br />
การถือศีลอด     ในช่วงเทศกาลถือ ศีลอดหรือรอมมาฎอน ประชาชนจะอดอาหาร 1 เดือน โดยไม่ดื่มน้ำ รับประทานอาหาร สูบบุหรี่ เคี้ยวหมากฝรั่งในสถานที่สาธารณะ หรือในรถยนต์ตั้งแต่ดวงอาทิตย์ขึ้นจนถึงตก ซึ่งถือเป็นกฎหมายที่ชาวต่างชาติควรเคารพด้วย<br />
การจับมือ     ในการติดต่อธุรกิจหรืองานสังคมชาวโอมาน ชายทั่วไปจะทักทายด้วย การจับมือกับแขก ส่วนสุภาพสตรีไม่นิยมจับมือกับแขก</p>
<p>การเดินทางภายในประเทศ<br />
ชาวโอมานนิยมเดินทางด้วยรถยนต์ ถนนในโอมานเกือบทั่วประเทศเป็นถนนในระดับดีการเข้าเมือง<br />
การติดต่อธุรกิจ<br />
สำหรับ นักธุรกิจที่จะติดต่อกับชาวโอมาน ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงฤดูร้อน เพราะชาวโอมานจะหยุดพักร้อนเป็นส่วนใหญ่ เพราะอุณหภูมิในช่วงฤดูร้อนบางครั้งสูงถึง 50 องศาเซลเซียส</p>
<p>วีซ่านักท่องเที่ยว<br />
ชาว ไทยสามารถขอวีซ่าได้จากสถานเอกอัครราชทูตประจำกรุงเทพฯ ได้ หรือขอวีซ่าที่สนามบินกรุงมัสกัต (Visa On Arrival) โดยวีซ่าประเภทนี้เรียกอีกอย่างว่า &#8221; No Objection Certificate&#8221; (NOC)</p>
<p>วีซ่าสำหรับนักธุรกิจ<br />
กรมตำรวจหรือกรมตรวจคนเข้าเมืองในโอมาน จะเป็นผู้พิจารณาออกให้ วีซ่าประเภทนี้ให้ โดยมีอายุ 30 วัน</p>
<p>วันหยุดและการทำงาน<br />
วันพฤหัสและวันศุกร์เป็นวันหยุดประจำสัปดาห์ของโอมาน อย่างไรก็ดี ภาคเอกชนบางแห่งจะเปิดทำงานในวันพฤหัสบดีในช่วงครึ่งเช้า</p>
<p>ภาคราชการทำงานระหว่าง7.30-14.30 น.</p>
<p>ส่วนภาคเอกชน ทำงานระหว่าง 8.00-14.30 น. จากนั้นจะหยุดพักตอนบ่ายและจะเริ่มอีกครั้งในเวลา 17.00-20.00 น. แต่ทั้งนี้บางบริษัทอาจกำหนดช่วงเวลาแตกต่างกันไป</p>
<p>ข้อแนะนำการเดินทาง/ท่องเที่ยวโอมาน :</p>
<p>* เวลารับประทานอาหารในโอมานจะแตกต่างจากเวลารับประทานอาหารในประเทศไทย<br />
โดยคนโอมานจะรับประทานอาหารกลางวันเวลาประมาณ 14.30 น. และจะรับประทานอาหารเย็นเวลาประมาณ 21.00 น.<br />
* ในโอมานมีร้านขายยาอยู่หลายแห่งและจัดเป็นร้านที่ทัน สมัย ราคาไม่สูงนัก และหาซื้อได้ไม่ยาก แต่การซื้อยาบางอย่างอาจต้องมีใบสั่งจากแพทย์ ดังนั้นผู้ที่มีโรคประจำตัวจึงควรเตรียมยาติดมาด้วย  ส่วนอุปกรณ์เกี่ยวกับสายตา เช่นคอนแทคเลนส์ และแว่นตา หาได้ไม่ยาก และมีราคาไม่แพง<br />
* การดื่มแอลกอฮอล์ในที่สาธารณะเป็นสิ่งผิดกฎหมาย<br />
* สามารถดื่มน้ำประปาได้ แต่คนส่วนใหญ่นิยมดื่มน้ำขวดอนามัยมากกว่า<br />
* ควรมีข้อมูลประวัติทางการแพทย์ติดตัวมาด้วยเพื่อใช้ในกรณีจำเป็น</p>
<p>ข้อควรกระทำ</p>
<p>* สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า ส่วนใหญ่มีคุณภาพดี และราคาถูกกว่าเมืองไทย ระบบไฟฟ้าของโอมานคือ 220 โวลต์ และระบบโทรทัศน์ เครื่องเสียง คอมพิวเตอร์ต่างๆ ก็สามารถเข้ากับเมืองไทยได้ที่ต่างกันคือในโอมานใช้ปลั๊กไฟแบบสามตา อย่างไรก็ดี เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีปลั๊กสองขาสามารถสวม adaptor ที่หาได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป ส่วนโทรศัพท์มือถือหาซื้อได้ง่าย ราคาเฉลี่ยถูกกว่าเมืองไทยและส่วนใหญ่ใช้ระบบ Tri-band ในรูปแบบ Global Service Mobile (GSM) จึงสามารถใช้โทรศัพท์ระบบเดียวกันที่นำมาจากเมืองไทย และสามารถใช้ Sim Card จากเมืองไทยกับโทรศัพท์ที่ซื้อในโอมานได้  นอกจากนี้ การซื้อ Sim Card เพื่อใช้บริการเบอร์โทร.ท้องถิ่นก็สะดวก อย่างไรก็ดีค่าบริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศมีราคาค่อนข้างสูง<br />
* สามารถใช้บัตรเครดิต Visa, Master Card, American Express ซึ่งทำมาจากเมืองไทย<br />
ในโอมานได้<br />
* ภาคราชการทำงานระหว่าง 7.30 – 14.30 น. ส่วนภาคเอกชนทำงานระหว่าง 8.00 -14.30 น. จากนั้นจะหยุด และเริ่มทำงานอีกครั้งในเวลา 17.00 &#8211; 20.00 น. แต่ทั้งนี้ บางบริษัทอาจกำหนดช่วงเวลาแตกต่างกันไป   วันพฤหัสบดีและวันศุกร์เป็นวันหยุดราชการประจำสัปดาห์ของโอมาน อย่างไรก็ดี ภาคเอกชนบางแห่งจะทำงานในวันพฤหัสบดีในช่วงครึ่งวัน</p>
<p>ข้อไม่ควรทำ</p>
<p>ไม่ควรนำสิ่งเหล่านี้เข้าประเทศโอมาน</p>
<p>* ยาเสพติด  อาวุธ เคมีภัณฑ์อันตราย<br />
* สื่อต่างๆ ที่มีรูปโป๊ หรือขัดต่อหลักศาสนาอิสลาม<br />
* สตรีจึงควรแต่งกายมิดชิดเรียบร้อยในที่สาธารณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งควรสวมชุดกระโปรงยาวคลุมหัวเข่า หรือสูทที่ใช้กางเกงขายาวแทนกระโปรงในสถานที่สำคัญหรืองานที่เป็นทางการ ต่างๆ  ทั้งนี้ สตรีต่างชาติต้องคลุมศีรษะเวลาเข้าชมมัสยิด<br />
* คัมภีร์อัลกุรอานถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ควรลบหลู่<br />
* ในช่วงถือศีลอดหรือรอมมาฎอน ประชาชนจะอดอาหาร 1 เดือน โดยไม่ดื่มน้ำ รับประทานอาหาร สูบบุหรี่ เคี้ยวหมากฝรั่งในสถานที่สาธารณะ หรือในยานพาหนะ  ตั้งแต่ดวงอาทิตย์ขึ้นจนตก ซึ่งถือเป็นกฎหมาย ชาวต่างชาติควรเคารพด้วย<br />
* ในการแนะนำตัวหรือทักทายคนโอมานจะใช้การจับมือแบบตะวันตก แต่ไม่นิยมจับมือกับเพศตรงข้าม<br />
* ควรปฏิบัติต่อสตรีมุสลิมชาวพื้นเมืองอย่างให้เกียรติและระมัดระวัง เช่นไม่ควรจ้องมองเป็นเวลานาน<br />
* ไม่ควรถ่ายรูปคนพื้นเมืองโดยไม่ขออนุญาติก่อน อย่างไรก็ดี การถ่ายรูปสามารถทำได้โดยทั่วไป ยกเว้นสถานที่หวงห้ามบางแห่ง เช่นค่ายทหาร หรือภายในบริเวณสนามบิน<br />
* การดื่มแอลกอฮอล์ในที่สาธารณะเป็นสิ่งผิดกฎหมาย</p>
<p>หากท่านจะอยู่อาศัยในประเทศโอมาน<br />
เป็นระยะเวลานาน โปรดแจ้งชื่อ และที่อยู่<br />
ต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อประโยชน์ในการติดต่อ<br />
หรือให้ความช่วยเหลือในกรณีจำเป็น     สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต<br />
(Royal Thai Embassy)<br />
Villa No. 1339, Way no. 3017, Shati Al Qurum,<br />
P.O. Box 60 MQ Post Coad 115,<br />
Muscat, Sultanate of Oman<br />
โทรศัพท์ (968) 2649-5250, (968) 2460-2684-5            โทรสาร (968) 2460-5714<br />
เวลาทำการ<br />
วันเสาร์ &#8211; พุธ เวลา 7.30 &#8211; 14.30 น.<br />
หยุดวัน พฤหัส &#8211; ศุกร์<br />
E-mail : thaimet@omantel</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tourtriptravel.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%99/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%99.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประเทศอิสราเอล</title>
		<link>http://www.tourtriptravel.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%a5/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%a5.html</link>
		<comments>http://www.tourtriptravel.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%a5/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%a5.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 19 Aug 2009 18:41:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้ก่อนเดินทาง]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศอิสราเอล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tourtriptravel.com/?p=189</guid>
		<description><![CDATA[สาระน่ารู้เกี่ยวกับ ประเทศอิสราเอล 
ประเทศอิสราเอล : กรุงเทลอาวีฟ
ข้อมูลเบื้องต้น : กรุงเทลอาวีฟ
ประชากร     มีประชากรประมาณ 6 ล้านคน 80% เป็นชาวยิว ที่เหลือเป็นชาวคริสต์ และมุสลิม
เมืองหลวง     เยรูซาเล็ม
เมืองสำคัญ     เทลอาวีฟ , ไฮฟา , เบียร์ เชวา
ภาษาราชการ     ฮิบรู อังกฤษ
ภูมิอากาศ     แตกต่างกันไปตามแต่ละภูมิภาค ทางใต้สุดอากาศร้อนชี้น และอากาศเย็นปานกลาง และมีฝนตกเล็กน้อย ในฤดูหนาว
ภูมิประเทศ     อิสราเอล มีภูมิประเทศหลายลักษณะทั้งที่ราบชายฝั่งทะเล (ภาคตะวันตก) หุบเขา เทือกเขา (ภาคตะวันออก) ทะเลทราย (ภาคใต้) ทะเลสาบเดดซี ซึ่งถือว่าเป็นจุดที่อยู่ต่ำที่สุดของโลกก็อยู่ที่อิสราเอลเช่นกัน
วันหยุด     ศุกร์ (บ่าย) และเสาร์ (ทั้งวัน)
สกุลเงิน     เชคเกล
อัตราแลกเปลี่ยน     1 เชคเกล = [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สาระน่ารู้เกี่ยวกับ <span><span style="font-weight: normal; font-size: 10pt; font-style: normal; font-family: Tahoma; font-variant: normal;"><span style="font-size: x-small;">ประเทศอิสราเอล <span id="more-189"></span></span></span></span></p>
<p>ประเทศอิสราเอล : กรุงเทลอาวีฟ</p>
<p>ข้อมูลเบื้องต้น : กรุงเทลอาวีฟ<br />
ประชากร     มีประชากรประมาณ 6 ล้านคน 80% เป็นชาวยิว ที่เหลือเป็นชาวคริสต์ และมุสลิม<br />
เมืองหลวง     เยรูซาเล็ม<br />
เมืองสำคัญ     เทลอาวีฟ , ไฮฟา , เบียร์ เชวา<br />
ภาษาราชการ     ฮิบรู อังกฤษ<br />
ภูมิอากาศ     แตกต่างกันไปตามแต่ละภูมิภาค ทางใต้สุดอากาศร้อนชี้น และอากาศเย็นปานกลาง และมีฝนตกเล็กน้อย ในฤดูหนาว<br />
ภูมิประเทศ     อิสราเอล มีภูมิประเทศหลายลักษณะทั้งที่ราบชายฝั่งทะเล (ภาคตะวันตก) หุบเขา เทือกเขา (ภาคตะวันออก) ทะเลทราย (ภาคใต้) ทะเลสาบเดดซี ซึ่งถือว่าเป็นจุดที่อยู่ต่ำที่สุดของโลกก็อยู่ที่อิสราเอลเช่นกัน<br />
วันหยุด     ศุกร์ (บ่าย) และเสาร์ (ทั้งวัน)<br />
สกุลเงิน     เชคเกล<br />
อัตราแลกเปลี่ยน     1 เชคเกล = 10 บาท<br />
การคมนาคม     รถเมล์หยุดให้บริการในวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดนักขัตฤกษ์<br />
ห้างสรรพสินค้า     ปิดวันเสาร์<br />
ไปรษณีย์     วันอาทิตย์ &#8211; พฤหัส เปิดทำการเวลา 08.30 &#8211; 18.00 น.<br />
วันศุกร์ เปิดทำการเวลา 08.00 &#8211; 12.00 น.<br />
ธนาคาร     วันอาทิตย์ อังคาร และพุธ เปิดทำการเวลา 08.30 &#8211; 13.00<br />
วันจันทร์ และพฤหัสบดี เปิดทำการเวลา 08.30 &#8211; 13.00 และ 16.30 &#8211; 19.00 น.<br />
วันศุกร์ เปิดทำการระหว่าง 08.30 &#8211; 12.00 น.</p>
<p>วัฒนธรรม<br />
อิสราเอลมี วัฒนธรรมทั้งเก่าและใหม่ผสมผสานกันกล่าวคือ วัฒนธรรมโบราณของยิวที่เก่าแก่กว่า 4,000 ปีและวัฒนธรรมใหม่ที่เกิดจากการหลั่งไหลของชาวยิวจากทั่วโลกที่กลับเข้ามา ตั้งถิ่นฐานในประเทศโดยเฉพาะเมื่อก่อตั้งรัฐอิสราเอลตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2491</p>
<p>ชาวอิสราเอลร้อยละ 90 อาศัยอยู่ในเขตเมืองที่ทันสมัย แต่ก็มีบางส่วนที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองเก่า ส่วนประชากรอีกร้อยละ6 อยู่ในชนบท โดยเป็นสมาชิกสหกรณ์ 2 ลักษณะ คือ คิบบุตช์และโมชาฟ</p>
<p>ข้อมูลแรงงานที่ควรทราบ</p>
<p>ค่าจ้าง<br />
อัตราค่าจ้างขั้นต่ำในปัจจุบัน คือ 3,335.18 เชคเกลต่อเดือน ต่อการทำงาน 186 ชั่วโมง ส่วนค่าจ้างขั้นต่ำต่อชั่วโมงคือ 17.93 เชคเกล แต่คนงานต้องจ่ายภาษีเงินได้ และค่าใช้จ่ายอื่น เช่น ค่าที่พัก ทำให้รายได้สุทธิต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ</p>
<p>ค่าทำงานล่วงเวลา</p>
<p>หากทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์ และเวลาทำงานปกติ ทำงานวันละ 8 ชั่วโมง ชั่วโมงที่ 9 ขึ้นไปถือเป็นการทำงานล่วงเวลา โดย 2 ชั่วโมงแรก จะได้ค่าทำงานล่วงเวลาร้อยละ 1.25 ของค่าจ้างในชั่วโมงทำงานปกติ และชั่วโมงถัดไปจะได้รับค่าล่วงเวลาร้อยละ 1.50 ของค่าจ้างชั่วโมง<br />
ทำงานปกติ</p>
<p>หมายเหตุ<br />
วันทำงานปกติ 8 ชั่วโมง/วันศุกร์ 6.5 ชั่วโมง</p>
<p>สวัสดิการ<br />
นาย จ้างต้องจัดให้ลูกจ้างมีประกันสุขภาพ และประกันสังคมทุกคน เพื่อคุ้มครองกรณีป่วย ประสบอุบัติเหตุหรือเสียชีวิต อย่างไรก็ดี สำหรับ ผู้ที่หลบหนีทำงานอยู่ใน อส.นายจ้าง มักจะไม่ทำประกันสุขภาพและประกันสังคมให้ ซึ่งจะเป็นปัญหาเมื่อเกิดการเจ็บป่วยหรือเสียชีวิตลง</p>
<p>ภาษี<br />
แรงงานต่างชาติทุกคนต้องจ่ายภาษีรายได้ โดยนายจ้างเป็นผู้หักจากค่าจ้างทุกเดือน ระหว่าง 210-853 เชคเกล ขึ้นอยู่กับรายได้ที่ได้รับในแต่ละเดือน หากมีรายได้มาก ต้องจ่ายภาษีรายได้มากตามส่วน</p>
<p>ค่าสวัสดิการ<br />
นายจ้างต้องจ่ายค่าสวัสดิการแก่ลูกจ้างปีละประมาณ 3,226 เชคเกล ดังนี้</p>
<p>วันหยุดตามประเพณี<br />
ลูกจ้างที่ทำงานครบเดือน มีสิทธิหยุดตามประเพณีปีละ 9 วัน และได้รับค่าสวัสดิการ 747.18 เชคเกล</p>
<p>วันหยุดพักผ่อนประจำปี<br />
ลูกจ้างที่ทำงานครบ 1 ปี มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีๆ ละ 12 วัน และได้รับค่าสวัสดิการ 996.24 เชคเกล</p>
<p>เงินรางวัลประจำปี<br />
ลูกจ้างที่ทำงานครบ 1 ปี มีสิทธิได้รับเงินรางวัลประจำปีๆ ละ 5 วัน และได้รับค่าสวัสดิการ 1,482.50 เชคเกล</p>
<p>*<br />
นายจ้างที่หักภาษีเต็มในปีที่สองต้องจ่ายค่าสวัสดิการ ปีละ 3,226 เชคเกล ให้แก่ลูกจ้างด้วย<br />
*<br />
นายจ้างต้องจัดทำใบจ่ายเงินเดือนที่แสดงรายละเอียดค่าจ้างค่าล่วงเวลา การหักเงินและอื่นๆ ให้แก่ลูกจ้างด้วย<br />
*<br />
นายจ้าง/บริษัทจัดหางาน ไม่มีอำนาจส่งแรงงานกลับประเทศไทยก่อนสิ้นสุดสัญญาจ้าง ขอให้แจ้งสถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อให้ความช่วยเหลือหากถูกส่งกลับ</p>
<p>หากท่านไม่ได้รับค่าจ้างตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่ทางการ อิสราเอลกำหนด เมื่อท่านเดินทางกลับถึงประเทศไทย สามารถไปร้องทุกข์ให้บริษัทจัดหางานที่จัดส่งท่านรับผิดชอบได้ โดยไป ร้องทุกข์ที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัด ทุกจังหวัดหรือที่คณะทำงานปราบปรามการหลอกลวงคนงานไปทำงานต่างประเทศ กระทรวงแรงงานฯ ถ.มิตรไมตรี ดินแดง กทม. โทร. 0-2245-1025</p>
<p>คำแนะนำในการทำงานและใช้ชีวิต</p>
<p>* ตั้งใจปฏิบัติงานด้วยความขยันขันแข็ง<br />
* มีความซื่อสัตย์สุจริต<br />
* เป็นมิตรกับนายจ้างและคนท้องถิ่น<br />
* สามัคคีและช่วยเหลือคนไทยด้วยกัน<br />
* ปฏิบัติตามกฎหมายท้องถิ่น และเว้นการดื่มสุรา<br />
* ห้ามทะเลาะวิวาท / ทำร้ายร่างกาย<br />
* ห้ามเสพและจำหน่ายสิ่งเสพติด<br />
* ห้ามเล่นการพนัน<br />
* ห้ามล่าสัตว์ทุกชนิด</p>
<p>หากท่านจะอยู่อาศัยในประเทศอิสราเอล<br />
เป็นระยะเวลานาน โปรดแจ้งชื่อ และที่อยู่<br />
ต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อประโยชน์ในการติดต่อ<br />
หรือให้ความช่วยเหลือในกรณีจำเป็น     สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ<br />
(Royal Thai Embassy)<br />
&#8220;Golda Center&#8221; 21 Shaul Hamelech Blvd.,<br />
Tel Aviv 64367<br />
โทรศัพท์ (9723) 695 8991,695 8980,(97-29) 695-89<br />
โทรสาร (9723) 695 8991<br />
E-mail : mailto:thaiath@otenet.gr<br />
thaitlv@netvision.net.il</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tourtriptravel.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%a5/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%a5.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประเทศอินเดีย</title>
		<link>http://www.tourtriptravel.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2.html</link>
		<comments>http://www.tourtriptravel.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 19 Aug 2009 18:40:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้ก่อนเดินทาง]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศอินเดีย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tourtriptravel.com/?p=187</guid>
		<description><![CDATA[สาระน่ารู้เกี่ยวกับ ประเทศอินเดีย 
ประเทศอินเดีย : กรุงนิวเดลี
กรุงนิวเดลี &#124; เมืองกัลกัตตา &#124; เมืองมุมไบ
ข้อมูลเบื้องต้น :
ข้อมูลทั่วไป
อินเดียเป็นประเทศที่เก่าแก่ยาวนาน ดังนั้น สภาพสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองในปัจจุบัน จึงเป็นการผสมผสานระหว่างของเก่าและใหม่
อินเดียเป็นประเทศที่ได้รับอิทธิพลจากศาสนา ฮินดู พุทธ และมุสลิม หลังจากได้รับเอกราชในปี ค.ศ. 1947 อินเดียได้ปกครองในระบอบประชาธิปไตยภายใต้โครงสร้างสาธารณรัฐ ปัจจุบันอินเดียมี 28 รัฐ และดินแดนกึ่งรัฐ 7 แห่ง ภาษาฮินดี และภาษาอังกฤษใช้กันแพร่หลายทั่วไปในอินเดีย
ปัจจุบันอินเดียมีประชากรกว่าพันล้านคน โดยอาศัยในกรุงนิวเดลีประมาณกว่า 10 ล้านคน
วิถีชีวิตคนอินเดีย
ประชากรอินเดียนับถือศาสนาฮินดู ร้อยละ 82.41 อิสลามร้อยละ 11.67
ที่เหลือนับถือศาสนาอื่น ทั้งนี้เป็นการนับถือศาสนาพุทธร้อยละ 0.77
วิถีชีวิตของคนส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลความ เชื่อความศรัทธาจากศาสนาฮินดูเป็นส่วนใหญ่ และประชากรที่มิได้นับถือศาสนาฮินดู ก็มีวิถีชีวิตภายใต้ศรัทธาของตนอย่างเคร่งครัด คนอินเดียค่อนข้างคบหาคนต่างชาติด้วยความระมัดระวังและมีความเป็นชาตินิยม สูง ปัจจุบันอินเดียมีประชากรมาก คนอินเดียจึงเป็นคนที่มีความพยายามสูง มีความอดทน ฉลาดในการต่อรองช่ำชองในธุรกิจการค้าขาย
การติดต่อราชการกับอินเดีย
สถานที่ราชการโดยทั่วไปเปิดทำการตั้งแต่วัน จันทร์ถึงวันศุกร์ เริ่ม 10.00 จนถึง 17.00 น. เวลาพักอาหารกลางวัน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สาระน่ารู้เกี่ยวกับ <span style="font-size: x-small;">ประเทศอินเดีย <span id="more-187"></span></span></p>
<p>ประเทศอินเดีย : กรุงนิวเดลี</p>
<p>กรุงนิวเดลี | เมืองกัลกัตตา | เมืองมุมไบ<br />
ข้อมูลเบื้องต้น :</p>
<p>ข้อมูลทั่วไป<br />
อินเดียเป็นประเทศที่เก่าแก่ยาวนาน ดังนั้น สภาพสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองในปัจจุบัน จึงเป็นการผสมผสานระหว่างของเก่าและใหม่</p>
<p>อินเดียเป็นประเทศที่ได้รับอิทธิพลจากศาสนา ฮินดู พุทธ และมุสลิม หลังจากได้รับเอกราชในปี ค.ศ. 1947 อินเดียได้ปกครองในระบอบประชาธิปไตยภายใต้โครงสร้างสาธารณรัฐ ปัจจุบันอินเดียมี 28 รัฐ และดินแดนกึ่งรัฐ 7 แห่ง ภาษาฮินดี และภาษาอังกฤษใช้กันแพร่หลายทั่วไปในอินเดีย</p>
<p>ปัจจุบันอินเดียมีประชากรกว่าพันล้านคน โดยอาศัยในกรุงนิวเดลีประมาณกว่า 10 ล้านคน</p>
<p>วิถีชีวิตคนอินเดีย</p>
<p>ประชากรอินเดียนับถือศาสนาฮินดู ร้อยละ 82.41 อิสลามร้อยละ 11.67<br />
ที่เหลือนับถือศาสนาอื่น ทั้งนี้เป็นการนับถือศาสนาพุทธร้อยละ 0.77</p>
<p>วิถีชีวิตของคนส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลความ เชื่อความศรัทธาจากศาสนาฮินดูเป็นส่วนใหญ่ และประชากรที่มิได้นับถือศาสนาฮินดู ก็มีวิถีชีวิตภายใต้ศรัทธาของตนอย่างเคร่งครัด คนอินเดียค่อนข้างคบหาคนต่างชาติด้วยความระมัดระวังและมีความเป็นชาตินิยม สูง ปัจจุบันอินเดียมีประชากรมาก คนอินเดียจึงเป็นคนที่มีความพยายามสูง มีความอดทน ฉลาดในการต่อรองช่ำชองในธุรกิจการค้าขาย</p>
<p>การติดต่อราชการกับอินเดีย</p>
<p>สถานที่ราชการโดยทั่วไปเปิดทำการตั้งแต่วัน จันทร์ถึงวันศุกร์ เริ่ม 10.00 จนถึง 17.00 น. เวลาพักอาหารกลางวัน ระหว่าง 13.00 &#8211; 14.00 น.</p>
<p>* การติดต่อราชการกับอินเดีย ผู้ติดต่อต้องเผื่อเวลาไว้ให้มาก และต้องเตรียมเอกสารและสำเนาให้พร้อม<br />
* อินเดียยังมีวันหยุดราชการเนื่องในวันสำคัญทางศาสนามาก<br />
* ข้าราชการอินเดียให้ความสำคัญอำนาจหน้าที่ของตนเองสูง และมักมีอำนาจในการใช้ดุลยพินิจอย่างกว้างขวาง การติดต่อราชการอินเดียต้องติดตามเรื่องทุกระยะและผู้ติดต่อต้องรับผิดชอบ เรื่องของตนเอง หากล่าช้าผิดปกติต้องรีบติดต่อขอพบเจ้าหน้าที่เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วง ที<br />
* ควรหลีกเลี่ยงการติดต่อกับบุคคลที่ไม่มีอำนาจหน้าที่ แต่อาสาช่วยเหลือเพราะอาจจะถูกหลอกได้ง่าย</p>
<p>หน่วยงานที่ควรทราบ<br />
ผู้ ที่เดินทางไปอินเดีย โดยเฉพาะกรุงนิวเดลี ควรจะทราบที่ตั้งของหน่วยงานที่ควบคุมดูแลคนต่างชาติเพราะต้องไปติดต่อ รายงานตัว ขอใบอนุญาตมีถิ่นที่อยู่ขอต่ออายุการตรวจลงตรา ฯลฯ</p>
<p>สำนักงานทะเบียนคนต่างด้าว<br />
(Foreigner&#8217;s Regional Registration Office (FRRO))<br />
HANS BHAVAN, TILAKMARG (I.T.O.)<br />
NEW DELHI<br />
เวลาทำการ 09.30 &#8211; 16.00 น.</p>
<p>กระทรวงมหาดไทย แผนกคนต่างด้าว<br />
(Foreigners Division, Ministry of Home Affairs)<br />
LOK NAYAK BHAVAN, KHAN MARKER,<br />
NEW DELHI<br />
เวลาทำการ 09.30 &#8211; 12.00 น.</p>
<p>อากาศ<br />
อินเดียมี 3 ฤดูกาล</p>
<p>* ฤดูร้อน<br />
เมษายน &#8211; มิถุนายน อุณหภูมิสูงสุด ประมาณ 45 องศาเซลเซียส บริเวณกรุงนิวเดลี และเมืองใกล้เคียงจะมีฝุ่น จากทะเลทราย ซึ่งเป็นอันตรายต่อระบบหายใจ<br />
* ฤดูมรสุม<br />
กรกฎาคม &#8211; ตุลาคม อุณหภูมิเฉลี่ย 33 องศาเซลเซียส<br />
* ฤดูหนาว<br />
พฤศจิกายน &#8211; มีนาคม อุณหภูมิ 21 -30 องศาเซลเซียส โดยอุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 7 องศาเซลเซียส</p>
<p>ข้อควรระวัง<br />
ควรบริโภค อาหารและน้ำที่สะอาดเท่านั้น ล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ โรคที่ควรระวัง คือ โรคท้องเสีย มาลาเรีย โรค Hepatitis A, B, C, D, (ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่ติดต่อทางอาหาร และน้ำดื่ม การถ่ายโลหิต การมีเพศสัมพันธ์ ฯลฯ) โรคไข้เลือดออก โรค HIV/DIDS (เอดส์) กามโรคชนิดต่าง ๆ</p>
<p>ยาที่ควรนำติดตัว ได้แก่ ยาแก้ไข้ แก้ปวด ยาแก้ท้องเสีย ยาป้องกันไข้มาลาเรีย ยาแก้แพ้ ทาผิวหนัง ยาแก้พิษแมลงกัดต่อย ยารักษาโรคเฉพาะบุคคล ฯลฯ ซึ่งการนำยาติดตัวควรมีใบสั่งยาของแพทย์กำกับไว้ด้วย สำหรับยาสามัญประจำบ้านมีจำหน่ายทั่วไป</p>
<p>การเข้าเมือง<br />
การตรวจลงตรา<br />
ผู้ ถือหนังสือเดินทางไทยประเภทธรรมดาต้องขอรับการตรวจลงตราจากสถานเอกอัคร ราชทูตอินเดีย หรือสถานกงสุลใหญ่อินเดียประจำประเทศไทยสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและ ราชการ ได้รับการยกเว้นการตรวจลงตรา หากพำนักอยู่ในประเทศอินเดียไม่เกิน 90 วัน</p>
<p>เงินตราต่างประเทศ เครื่องประดับ อุปกรณ์ไฟฟ้า</p>
<p>* สามารถนำเงินตราต่างประเทศเข้าประเทศได้ครั้งละไม่เกิน 10,000 เหรียญสหรัฐ แต่จะต้องแสดงรายการต่อเจ้าหน้าที่ก่อนนำเข้า<br />
* ห้ามการนำเข้าและส่งออกเงินรูปีอินเดีย<br />
* เครื่องประดับประเภททองรูปพรรณ จะนำเข้าได้ไม่เกิน 5 กิโลกรัม และต้องแสดงรายการต่อเจ้าหน้าที่ อุปกรณ์ไฟฟ้า กล้องถ่ายรูป กล้องวีดีทัศน์ จะต้องแสดงรายการต่อเจ้าหน้าที่</p>
<p>การแลกเปลี่ยน</p>
<p>* ชาวต่างประเทศอาจเปิดบัญชีกับธนาคารต่างประเทศได้ และผู้เปิดบัญชีควรถือเงินสด หรือ Traveller&#8217;s Cheque<br />
* การเบิกถอนเงินตราต่างประเทศในรูปเงินสดจากบัญชีธนาคาร จะจำกัดไว้ไม่เกิน 500 เหรียญสหรัฐต่อเดือนต่อคน หากเกินครั้งละ 500 เหรียญสหรัฐต้องแสดงหลักฐานการอนุญาตให้นำเงินจำนวนนั้นเข้าประเทศ<br />
* การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นเงินรูปีอินเดียโดยวิธีการอื่น เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย</p>
<p>สกุลเงิน</p>
<p>รูปีอินเดีย (INR)หน่วยย่อยของรูปีเรียก เปซ่า (Paise)อัตราแลกเปลี่ยนโดยประมาณ 1 ดอลลาร์สหรัฐเท่ากับ 43.5 รูปี  และ 1 รูปี เท่ากับ 0.9 บาท (2548) บัตรเครดิตที่สามารถใช้ได้ทั่วไปคือบัตร Visa American Express และ Mastercard</p>
<p>หากท่านจะอยู่อาศัยในประเทศอินเดีย<br />
เป็นระยะเวลานาน โปรดแจ้งชื่อ และที่อยู่<br />
ต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ /สถานกงสุลฯ เพื่อประโยชน์ในการติดต่อ<br />
หรือให้ความช่วยเหลือในกรณีจำเป็น     สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี<br />
56-N. Nyaya Marg, Chanakyapuri,<br />
New Delhi &#8211; 110021<br />
โทรศัพท์ +91 11 2611-5678, 2611-8103<br />
โทรสาร +91 11 2687-2029      Website : http://www.thaiemb.org.in/   E-mail : thaiemb@ndc.vsnl.net.in<br />
ประเทศอินเดีย : เมืองกัลกัตตา</p>
<p>กรุงนิวเดลี | เมืองกัลกัตตา | เมืองมุมไบ<br />
ข้อมูลเบื้องต้น : เมืองกัลกัตตา</p>
<p>ข้อมูลทั่วไป<br />
เมืองกัล กัตตา(Kolkata)เป็นเมืองหลวงของรัฐเบงกอลตะวันตก (West Bengal) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของประเทศอินเดีย มีท่าอากาศยานนานาชาติเมืองกัลกัต ตา มีชื่อเรียกว่า Netaji Subhash Chandra Bose International Airport เมืองกัลกัตตามีท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดทางทิศตะวันออกของรัฐชื่อว่า Haldia รัฐเบงกอลตะวันตกมีประชากรประมาณ 80 ล้านคน เมืองกัลกัตตามีประชากรประมาณ 18 ล้านคน เมืองกัลกัตตาจึงมีพลเมืองอาศัยอยู่หนาแน่นและแออัด เนื่องจากมีประชากรจากรัฐใกล้เคียงอพยพเข้ามาทำงาน</p>
<p>ข้อควรระวัง<br />
ในเมืองกัล กัตตา นอกจากควรรู้จักป้องกันเรื่องฝุ่นละอองและมลพิษแล้วยังควรระมัดระวังเรื่อง น้ำดื่ม อาหาร รวมทั้งโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ อาทิ มาลาเรีย อหิวาตกโรค วัณโรค โรคทางเดินอาหาร ไวรัสตับอักเสบ และไข้เลือดออก เป็นต้น</p>
<p>รัฐในเขตอาณาของ สกญ.ฯ<br />
รัฐ ที่อยู่ในการดูแลของสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองกัลกัตตา คือรัฐพิหาร รัฐเบงกอลตะวันตก รัฐโอริสสา รัฐอานธรประเทศ และดินแดนสหภาพแห่งหมู่เกาะอันดามันและนิโคบาร์</p>
<p>ข้อควรทราบเกี่ยวกับเมืองสำคัญในเขตอาณา</p>
<p>รัฐเบงกอลตะวันตก<br />
มี เมืองกัลกัตตาเป็นเมืองหลวง และเป็นที่ตั้งของสถานกงสุลใหญ่ มาตั้งแต่ พ.ศ. 2415 (ในช่วงแรกๆ เป็นสถานกงสุลกิตติมศักดิ์)และเป็นเมืองธุรกิจที่สำคัญของรัฐ ประชาชนพูดภาษาเบงกอลี ฮินดี และอังกฤษ</p>
<p>รัฐพิหาร<br />
มี ประชากรประมาณ 82 ล้านคน มีเมืองปัตตะนะ (Patna) เป็นเมืองหลวง ผลิตผลที่สำคัญได้แก่ ปอกระเจา และผ้าที่ทำจากปอกระเจา ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากรัฐเบงกอลตะวันตก ด้านเกษตรกรรม รัฐพิหารสามารถปลูกธัญพืชได้เกือบทุกประเภท คนไทยนิยมเดินทางไปแสวงบุญตามพุทธสถานที่สำคัญๆ เช่น เมืองพุทธคยา  นาลันทา ราชคฤห์ และไวสาลี เป็นต้น ประชาชนพูดภาษาฮินดี และอังกฤษ</p>
<p>รัฐโอริสสา<br />
มี ประชากรประมาณ 36 ล้านคน มีเมืองภุพเนศวร(Bhubaneswar) เป็นเมืองหลวง มีทรัพยากรธรรมชาติและแร่ธาตุจำนวนมาก ด้ารการเกษตร ร้อยละ 80 ปลูกข้าว รัฐใช้พลังงานน้ำเป็นส่วนใหญ่ รัฐนี้ที่มีชายหาดยาวเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางศาสนาฮินดู (Cultural Triangle) เช่นเมืองปุรี และโกนาค และพุทธศาสนา (Diamond Tariangle) อาทิเมืองรัตนคีรี ประชาชนพูดภาษาโอริญา ฮินดี แลอังกฤษ มีเมืองท่าพาราดีป (Paradeep) เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงด้านการประมง</p>
<p>รัฐอานธรประเทศ<br />
มี ประชากรประมาณ 76 ล้านคน มีเมืองไฮเดอร์ราบาด (Hyderrabad) เป็นเมืองหลวง อุตสาหกรรมที่สำคัญของรัฐ คือ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีชีวภาพ และอุตสาหกรรม ผลผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์รถยนต์ ด้านเกษตรกรรม ผลิตธัญพืชเป็นหลัก ประชาชนพูดภาษาเตลูกู อูรดู ฮินดี และอังกฤษ</p>
<p>ดินแดนสหภาพแห่งหมู่เกาะอันดามันและนิโคบาร์<br />
มี ประชากรประมาณ 3 แสน 5 หมื่นคน มีเมืองพอร์ตแบลร์ (Port Blair) เป็นเมืองหลวง มีศักยภาพทางด้านประมงที่สำคัญของอินเดีย ด้านเกษตรกรรม ปลูกข้าวเป็นหลัก ดินแดนตั้งอยู่ห่างจากภาคตะวันออกของอินเดียโดยทางเครื่องบิน ประมาณ 2 ชั่วโมง และห่างจากจังหวัดภูเก็ตประมาณ 30 นาที ทางการเมืองพอร์ตแบลร์ได้ลงนามความตกลงมิตรภาพและความร่วมมือกับจังหวัด ภูเก็ต เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2548</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tourtriptravel.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประเทศสาธารณรัฐแอฟริกาใต้</title>
		<link>http://www.tourtriptravel.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2.html</link>
		<comments>http://www.tourtriptravel.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 19 Aug 2009 18:40:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้ก่อนเดินทาง]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศสาธารณรัฐแอฟริกาใต้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tourtriptravel.com/?p=185</guid>
		<description><![CDATA[สาระน่ารู้เกี่ยวกับ ประเทศสาธารณรัฐแอฟริกาใต้
ประเทศสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ : กรุงพริทอเรีย
ข้อมูลเบื้องต้น :กรุงพริทอเรีย
ชื่อทางการ     สาธารณรัฐแอฟริกาใต้
พื้นที่     1,233,404 ตารางกิโลเมตร
เมืองหลวง     กรุง พริทอเรีย มีประชาชนประมาณ 1,010,000 คน ประชากร 75% เป็นชนผิวดำ 13% เป็นชนผิวขาว 8% เป็นเชื้อชาติผสม และ 3% เป็นอินเดีย เมืองใหญ่ที่สำคัญที่สุดคือ Johannesburg และ Cape Town
ประชากร     45.7 ล้านคน
ภาษา     ที่ใช้มากที่สุดคือภาษาอังกฤษ
ศาสนา     คริสต์ อิสลาม ฮินดู ยิว และความเชื่อพื้นเมืองอื่น ๆ
เศรษฐกิจ     อุตสาหกรรม หลักคือ เหมืองแร่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) ประมาณ 163.4 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และ GDP ต่อหัวประมาณ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สาระน่ารู้เกี่ยวกับ <span><span style="font-weight: normal; font-size: 10pt; font-style: normal; font-family: Tahoma; font-variant: normal;"><span style="font-size: x-small;">ประเทศสาธารณรัฐแอฟริกาใต้<span id="more-185"></span></span></span></span></p>
<p>ประเทศสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ : กรุงพริทอเรีย</p>
<p>ข้อมูลเบื้องต้น :กรุงพริทอเรีย<br />
ชื่อทางการ     สาธารณรัฐแอฟริกาใต้<br />
พื้นที่     1,233,404 ตารางกิโลเมตร<br />
เมืองหลวง     กรุง พริทอเรีย มีประชาชนประมาณ 1,010,000 คน ประชากร 75% เป็นชนผิวดำ 13% เป็นชนผิวขาว 8% เป็นเชื้อชาติผสม และ 3% เป็นอินเดีย เมืองใหญ่ที่สำคัญที่สุดคือ Johannesburg และ Cape Town<br />
ประชากร     45.7 ล้านคน<br />
ภาษา     ที่ใช้มากที่สุดคือภาษาอังกฤษ<br />
ศาสนา     คริสต์ อิสลาม ฮินดู ยิว และความเชื่อพื้นเมืองอื่น ๆ<br />
เศรษฐกิจ     อุตสาหกรรม หลักคือ เหมืองแร่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) ประมาณ 163.4 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และ GDP ต่อหัวประมาณ 3,521 เหรียญสหรัฐ อัตราความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ 1.9% และอัตราเงินเฟ้อ 6% (2547)<br />
เงินตรา     สกุล Rand 1 Rand เท่ากับประมาณ 6.5 บาท ธนาคารส่วนใหญ่รับเช็คสกุลเงินหลัก ๆ โดยคิดค่าบริการประมาณ 1% ร้านค้ารับบัตรเครดิต โดยเฉพาะ Visa และ Mastercard การให้ทิปค่อนข้างจำเป็นเพราะอัตราค่าจ้างแรงงานในประเทศนี้ต่ำ ควรให้ทิปประมาณ 10-15% ของราคาบริการ<br />
ไฟฟ้า     220/230 โวลท์ (ในกรุงพริทอเรีย 250v)<br />
ข้อควรระวัง     ไข้มาลาเรียพบมากทางภาคตะวันออกของประเทศ<br />
จำนวนนักท่องเที่ยว     6 ล้านคนต่อปี</p>
<p>ระเบียบการเข้าเมือง</p>
<p>* การเดินทางไปยังแอฟริกาใต้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น นอกเหนือไปจากการท่องเที่ยวเป็นเวลา 30 วัน จะต้องได้รับการตรวจลงตรา (วีซ่า) ให้ถูกต้องตามประเภทและวัตถุประสงค์ในการเข้าเมือง<br />
* การทำงานที่แอฟริกาใต้ไม่ว่ากรณีใด ๆ จะต้องมีใบอนุญาตทำงาน (work permit) ซึ่งออกให้โดยสถานทูตแอฟริกาใต้ประจำกรุงเทพฯ<br />
* ิกรณีคนไทยที่เดินทางไปแอฟริกาใต้และพำนักอยู่เกิน 30 วัน ควรติดต่อสถานเอกอัครราชทูต เพื่อแจ้งที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ ตลอดจนระยะเวลาที่จะพำนักอยู่ในประเทศนี้ เพื่อจะได้มีข้อมูลสำหรับติดต่อกรณีมีเหตุฉุกเฉิน หรือมีเหตุจำเป็นอื่น ๆ</p>
<p>ข้อควรรู้</p>
<p>* ผู้ประสงค์จะทำงานในแอฟริกาใต้จำเป็นต้องมีความรู้พื้นฐานภาษาอังกฤษดี เพราะแอฟริกาใต้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ<br />
* การเดินทางไปยังแอฟริกาใต้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น หากต้องการที่จะติดต่อกับหน่วยงานราชการของแอฟริกาใต้ ควรเตรียมเอกสารหรือสำเนาเอกสารต่าง ๆ อาทิ บัตรประชาชน สูติบัตร ใบรับรองความเป็นโสด หรือรับรองความประพฤติที่ออกให้โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทย ว่าไม่เคยมีประวัติอาชญากรรมในประเทศไทย แปลเป็นภาษาอังกฤษ และผ่านการรับรองเอกสารอย่างถูกต้องจากกระทรวงการต่างประเทศของไทย มาให้เรียบร้อยเพื่อสะดวกในการติดต่อกับทางการแอฟริกาใต้</p>
<p>ข้อควรระวัง</p>
<p>* การอยู่เกินกำหนดระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้เข้าเมือง ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรงและขัดต่อกฎหมายว่าด้วย Alien Control Act ซึ่งเมื่อถูกจับกุมจะมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 2 ปี<br />
* ผู้ที่ได้รับการชักชวนให้ไปทำงานที่แอฟริกาใต้โดยไม่มี วีซ่าประเภททำงาน และไม่มีใบอนุญาต (work permit) ก่อนออกเดินทาง มีความเป็นไปได้มากว่าผู้นั้นถูกหลอกลวงให้ไปทำงานผิดกฎหมายหรือค้าประเวณี<br />
* ผู้เดินทางไปยังแอฟริกาใต้ ควรมีความระมัดระวังในการรักษาสิ่งของมีค่า โดยเฉพาะหนังสือเดินทางของตนเองควรถ่ายสำเนาพกติดตัวไว้ด้วย</p>
<p>เขตดูแล</p>
<p>สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพริทอเรีย มีเขตอาณาดูแลประเทศแอฟริกาตอนใต้อีก 10 ประเทศ ได้แก่ นามิเบีย บอตสวานา เลโซโท สวาซิแลนด์ โมซัมบิก ซิมบับเว แซมเบีย มอริเชียส มาดากัสการ์ และอังโกลา ซึ่งประเทศเหล่านี้มีเพียงสถานกงสุลกิตติมศักดิ์อยู่ 4 แห่งเท่านั้น คือที่ประเทศนามิเบีย บอตสวานา โมซัมบิก และมอริเชียส (ตำแหน่ง สกญ.กิตติมศักดิ์ไทยประจำบอตสวานาขณะนี้ยังว่างอยู่)</p>
<p>สำหรับประเทศมอริเชียส<br />
สถานกงสุลกิตติมศักดิ์ไทย ณ กรุงพอร์ตหลุยส์<br />
Royal Thai Honorary Consulate-General<br />
5 Duck of Edinburgh Avenue, Port Louis, Mauritius<br />
โทรศัพท์ (09230) 2080-87718, 2120-87718<br />
โทรสาร (09230) 208-161</p>
<p>E-mail : issco@intnet.mu</p>
<p>สำหรับประเทศนามิเบีย  สถานกงสุลกิตติมศักดิ์</p>
<p>Dr. Gabriel Uahengo, Honarary Consul of the Kingdom of Thailand<br />
ตั้งอยู่ที่ Trust Center Building<br />
Independence Avenue, 6th Floor, Room 606<br />
P.O. Box 4762, Windhoek, Republic of Namibia<br />
โทรศัพท์ (264 61) 223-737<br />
โทรสาร (264 61) 223-788</p>
<p>สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพริทอเรีย ตั้งอยู่ห่างจากเมืองโจฮันเนสเบอร์ก ซึ่งเป็นที่ตั้งของสนามบินนานาชาติประมาณ 57 ก.ม.</p>
<p>สำหรับประเทศโมซัมบิก สถานกงสุลกิตติมศักดิ์<br />
ตั้งอยู่ที่ Hotel Rovuma Carlton, 114 Rua Da Se,<br />
3R esc.2, Maputo, Mozambique<br />
โทร. (258) 1 303-298<br />
โทรสาร (258) 1 303-302</p>
<p>หากท่านจะอยู่อาศัยในประเทศแอฟริกาใต้<br />
เป็นระยะเวลานาน โปรดแจ้งชื่อ และที่อยู่<br />
ต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อประโยชน์ในการติดต่อ<br />
หรือให้ความช่วยเหลือในกรณีจำเป็น     สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพริทอเรีย<br />
(Royal Thai Embassy)<br />
428 Hill Street Cnr.Pretorius Street<br />
Arcadia 0083, Pretoria, Republic of South Africa<br />
เวลาราชการ 09.00-17.00 น.<br />
โทรศัพท์ (012) 342-5470, 342-4600, 342-4616<br />
โทรสาร (012) 342-4805<br />
E-mail : info@thaiembassy.co.za</p>
<p>Website : www.thaiembassy.co.za</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tourtriptravel.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประเทศออสเตรเลีย</title>
		<link>http://www.tourtriptravel.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b8%a2/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b8%a2.html</link>
		<comments>http://www.tourtriptravel.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b8%a2/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b8%a2.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 19 Aug 2009 18:39:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้ก่อนเดินทาง]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศออสเตรเลีย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tourtriptravel.com/?p=183</guid>
		<description><![CDATA[สาระน่ารู้เกี่ยวกับ ประเทศออสเตรเลีย
ประเทศออสเตรเลีย
กรุงแคนเบอร์รา &#124; นครซิดนี่ย์
กรุงแคนเบอร์รา : ประเทศออสเตรเลีย
พื้นที่     7,682,300 ตร.กม.
เมืองหลวง     กรุงแคนเบอร์รา ตั้งอยู่ในนครหลวงออสเตรเลีย (Australia Capital Territory : ACT)
สกุลเงิน     ดอลล่าร์ออสเตรเลีย (ACT)
ภาษาประจำชาติ     ภาษาอังกฤษ
ระบบไฟฟ้า     220-240 โวลต์ AC 50 HZ ปลั๊กไฟเป็นแบบ 3 ขา ต่างจากไทย จำเป็นต้องนำ Adapter ไปด้วย
รหัสโทรศัพท์     ทางไกลระหว่างประเทศของออสเตรเลียคือ 61 ทางไกลจากออสเตรเลียไปไทย ให้กด 0011 ตามด้วย 66 และหมายเลขโทรศัพท์ของสถานที่ที่ต้องการ
ฤดูกาล     ใน ออสเตรเลียจะตรงข้ามกับฤดูกาลในทวีปยุโรป คือ ฤดูใบไม้ผลิ (กันยายน-พฤศจิกายน) ฤดูร้อน (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) ฤดูใบไม้ร่วง (มีนาคม-พฤษภาคม) และฤดูหนาว(มิถุนายน-สิงหาคม)
เวลา
ข้อมูลที่ควรทราบ
ออสเตรเลีย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สาระน่ารู้เกี่ยวกับ <span><span style="font-family: Tahoma; font-style: normal; font-variant: normal; font-weight: normal; font-size: 10pt; line-height: normal; font-size-adjust: none; font-stretch: normal;"><span style="font-size: x-small;">ประเทศออสเตรเลีย<span id="more-183"></span></span></span></span></p>
<p>ประเทศออสเตรเลีย<br />
กรุงแคนเบอร์รา | นครซิดนี่ย์<br />
กรุงแคนเบอร์รา : ประเทศออสเตรเลีย<br />
พื้นที่     7,682,300 ตร.กม.<br />
เมืองหลวง     กรุงแคนเบอร์รา ตั้งอยู่ในนครหลวงออสเตรเลีย (Australia Capital Territory : ACT)<br />
สกุลเงิน     ดอลล่าร์ออสเตรเลีย (ACT)<br />
ภาษาประจำชาติ     ภาษาอังกฤษ<br />
ระบบไฟฟ้า     220-240 โวลต์ AC 50 HZ ปลั๊กไฟเป็นแบบ 3 ขา ต่างจากไทย จำเป็นต้องนำ Adapter ไปด้วย<br />
รหัสโทรศัพท์     ทางไกลระหว่างประเทศของออสเตรเลียคือ 61 ทางไกลจากออสเตรเลียไปไทย ให้กด 0011 ตามด้วย 66 และหมายเลขโทรศัพท์ของสถานที่ที่ต้องการ<br />
ฤดูกาล     ใน ออสเตรเลียจะตรงข้ามกับฤดูกาลในทวีปยุโรป คือ ฤดูใบไม้ผลิ (กันยายน-พฤศจิกายน) ฤดูร้อน (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) ฤดูใบไม้ร่วง (มีนาคม-พฤษภาคม) และฤดูหนาว(มิถุนายน-สิงหาคม)<br />
เวลา</p>
<p>ข้อมูลที่ควรทราบ<br />
ออสเตรเลีย มีการแบ่งมาตรฐานเวลาออกเป็น 3 โซน คือ มาตรฐานเวลาตะวันออก (EST) สำหรับรัฐชายฝั่งตะวันออก (ACT ทัสมาเนีย วิคตอเรีย นิวเซาท์เวลส์ และควีนส์แลนด์) มาตรฐานเวลาตอนกลาง (CST) สำหรับรัฐนอร์ทเทิร์นเทริทอรี่และเซาท์เทริทอรี่ ซึ่งช้ากว่าทางฝั่งตะวันออก 30 นาที และเวลามาตรฐานตะวันตก (WST) ซึ่งช้ากว่าฝั่งตะวันออก 2 ชั่วโมง ดังนั้น หากที่เมืองเพิร์ท เวลา 12.00 น. ที่เมืองดาร์วินและเมืองอะดิเลด จะเป็นเวลา 13.30 น. ส่วนที่ซิดนีย์และเมลเบิร์นจะเป็น 14.00 น.</p>
<p>เวลาที่ประเทศออสเตรเลียจะเร็วกว่าประเทศไทย 3 ช.ม. แต่จะมีการปรับเวลาให้เร็วขึ้น (Daylight Saving) ในฤดูร้อน ซึ่งจะทำให้เวลาในออสเตรเลียเร็วกว่าไทย 4 ช.ม.</p>
<p>การขับขี่ยานพาหนะในประเทศออสเตรเลียจะขับชิดทางด้านซ้าย เช่นเดียวกับประเทศไทย และกฏหมายจำกัดความเร็วในการขับขี่ยานพาหนะในออสเตรเลียมีความเข็มงวดมาก ดังนั้น จึงขับขี่ด้วยความระมัดระวัง และควรสังเกตป้ายกำหนดความเร็ว ตลอดจนปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด โดยทั่วไปการขับขี่ยานพาหนะในตัวเมืองจะถูกจำกัดความเร็วที่ 60 กม. ต่อชม. ในย่านที่พักอาศัย 50 กม. ต่อชม. และตั้งแต่ 80 ถึง 110 กม. ต่อชม.ในเขตรอบเมือง เขตต่างจังหวัด เขตทางด่วน และเขตทางหลวง ยกเว้นกรณีที่ป้ายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น</p>
<p>กฎหมายการดื่มสุรามีความเข้มงวดเป็นอย่างมาก ดังนั้น จึงไม่ควรดื่มสุราก่อน และขณะขับขี่ยานพาหนะ หรือเมื่อมีความจำเป็นที่จะต้องขับขี่ยานพาหนะ ซึ่งหากเจ้าหน้าที่ให้เป่าถุงลมตรวจปริมาณแอลกฮอล์ และตรวจพบว่ามีปริมาณแอลกฮอล์ในกระแสเลือดเกินกว่าที่กำหนด ผู้นั้นจะมีความผิด ได้รับโทษปรับและยึดใบอนุญาตขับขี่ได้</p>
<p>ออสเตรเลียมีกฎหมายเข้มงวดในการนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารทั้ง สดและแห้ง เมล็ดพืช พืช ผัก ผลไม้ สัตว์ทุกชนิด ผลิตภัณฑ์จากไม้ ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศออสเตรเลีย ซึ่งต้องแจ้งให้ทางการออสเตรเลียทราบ โดยกรอกในบัตรโดยสารขาเข้า พร้อมทั้งแจ้งเจ้าหน้าที่เมื่อเดินทางเข้าประเทศ</p>
<p>เมื่อเดินทางถึงออสเตรเลีย</p>
<p>* ท่านต้องยื่นหนังสือเดินทางและบัตรผู้โดยสารขาเข้า ให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองตรวจสอบความถูกต้องก่อนที่จะรับสัมภาระ<br />
* เมื่อรับสัมภาระแล้ว ท่านจะต้องผ่านช่องศุลกากร ซึ่งจะแบ่งเป็นช่องสีเขียว และช่องสีแดง<br />
* หากท่านแน่ใจว่าไม่มีของต้องห้ามที่จะต้องสำแดงให้ใช้ช่องทางสีเขียวหากท่านมีของต้องสำแดงให้ใช้ช่องทางสีแดง<br />
* โดยที่ออสเตรเลียมีมาตรการตรวจสอบและกักกันโรคอย่างเข้ม งวด เพื่อป้องกันเชื้อโรคและแมลงต่าง ๆ ไม่ให้แพร่ระบาดในออสเตรเลีย ดังนั้น เมื่อได้รับสัมภาระแล้ว เจ้าหน้าที่อาจขอตรวจสอบสิ่งของบางอย่างที่ท่านนำติดตัวมา หากเจ้าหน้าที่พบว่า ท่านมีของที่ควรสำแดง แต่ท่านไม่ได้สำแดง เจ้าหน้าที่อาจจะถือว่าท่านมีเจตนากระทำความผิด ซึ่งจะมีโทษปรับ หรือจำคุกหรือทั้งจำทั้งปรับ<br />
* หลังจากผ่านการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ หากเป็นของที่ไม่สามารถนำเข้าได้ ท่านจะต้องมอบให้เจ้าหน้าที่เพื่อทำลาย แต่หากเป็นสิ่งของที่จำเป็นอาจจะต้องได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด หรือต้องได้รับการป้องกันเชื้อโรค ท่านสามารถเลือกได้ว่าจะเสียค่าใช้จ่ายที่อาจจะเกิดขึ้น หรือจะยกให้เจ้าหน้าที่ทำลาย</p>
<p>ข้อควรทราบเรื่องวีซ่า</p>
<p>* ผู้ที่ถือวีซ่าท่องเที่ยว (VISITOR) และนักเรียน (STUDENT) ไม่มีสิทธิทำงาน<br />
* การลักลอบทำงานในออสเตรเลียเป็นสิ่งผิดกฎหมาย หากถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบจะต้องถูกส่งกลับทันที</p>
<p>หน่วยราชการไทยในกรุงแคนเบอร์รา</p>
<p>สำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร และทหารอากาศ<br />
6 Titheradge Placce, Chapman, ACT 2611<br />
โทรศัพท์ (ุ612) 6286-8837 โทรสาร (612) 6286-8847</p>
<p>สำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารบก<br />
5 Stonehaven Crescent,Red Hill, ACT 2603 โทรศัพท์ (612) 6273 &#8211; 2165<br />
โทรศัพท์ (ุ612) 6286-8837 โทรสาร (612) 6286-8847</p>
<p>สำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารเรือ<br />
127 Hawkesbury Crescent, Farrer,ACT 2607<br />
โทรศัพท์ (612) 6286 &#8211; 5513 โทรสาร (612) 6286 &#8211; 5877</p>
<p>สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรประจำกรุงแคนเบอร์รา<br />
10 Bulwarra Close, O&#8217; Malley, ACT 2660<br />
โทรศัพท์ (ุ612) 6286-8837 โทรสาร (612) 6286-8847</p>
<p>สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนในประเทศออสเตรเลีย<br />
76 Hopetoun Circuit, Yarralumla, ACT 2606<br />
โทรศัพท์ (612) 6281-1371 โทรสาร (612) 6285-3071</p>
<p>สถานกงสุลกิตติมศักดิ์ไทยในออสเตรเลีย</p>
<p>รัฐ Queensland<br />
สถานกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ ณ เมืองบริสเบน<br />
87 Annerley Road, South Brisbane, Queensland 4102<br />
โทรศัพท์ (617) 3846-7771 โทรสาร (617)3846-7772</p>
<p>รัฐ Victoria<br />
สถานกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ ณ เมืองเมลเบิร์น<br />
Suit 301, 566 ST., Kilda Road, Melbourne, Victoria 3004<br />
โทรศัพท์ (613) 9533-9100 โทรสาร (613) 9533-9200</p>
<p>รัฐ Southern Australia<br />
สถานกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ ณ เมืองอะดิเลด<br />
1st Floor, 72 Flinders Street, Adelaide, SA 5000<br />
โทรศัพท์/โทรสาร (618) 8232-7474</p>
<p>รัฐ Western Australia<br />
สถานกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ ณ เมืองเพิร์ธ<br />
135 Victoria Avenue, Dalkeith WA 6009<br />
โทรศัพท์ (618) 9368-8092 โทรสาร (618) 9221-1635</p>
<p>หากท่านจะอยู่อาศัยในประเทศออสเตรเลีย<br />
เป็นระยะเวลานานโปรดแจ้งชื่อ และที่อยู่<br />
ต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ/สถานกงสุลฯเพื่อประโยชน์ในการติดต่อ<br />
หรือให้ความช่วยเหลือในกรณีจำเป็น     สถานเอกอัครราชทูต ณกรุงแคนเบอร์รา<br />
(Royal Thai Embassy)<br />
111 EmpireCircuit, Yarralumla, ACT 2600<br />
โทรศัพท์ (612) 62731149<br />
โทรสาร (612) 6273 1518<br />
E-mail :rtecanberra@mfa.go.th</p>
<p>ประเทศออสเตรเลีย</p>
<p>ข้อมูลทั่วไป<br />
ที่ตั้ง     นครซิดนีย์เป็นเมืองหลวงของรัฐนิวเซาท์เวลส์ เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย<br />
ภูมิอากาศ     สภาพภูมิอากาศโดยทั่วไปของนครซิดนีย์ค่อนข้างสบาย ไม่ร้อนหรือเย็นจนเกินไป<br />
อุณหภูมิ     โดย เฉลี่ยในช่วงฤดูร้อน (ธ.ค.-ก.พ.) ประมาณ 21.7 องศาเซลเซียส ในช่วงฤดูหนาว (มิ.ย.-ส.ค.) ประมาณ 12.6 องศาเซลเซียส ช่วงเดือนมิถุนายนจะมีฝนตกบ่อยที่สุด<br />
ประชากร     นครซิดนีย์เป็นศูนย์รวมของวัฒนธรรมหลากหลาย ประชากรร้อยละ 30 เกิดในต่างประเทศ ร้อยละ 15.1 จากจำนวนนั้นมาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้<br />
กฎจราจร     ของนครซิดนีย์เข้มงวดมากในเรื่องของการขับขี่ขณะมึนเมา และการใช้เข็มขัดนิรภัย ผู้ขับขี่และผู้โดยสารจะต้องคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง<br />
ค่ารักษาพยาบาล     ค่า ใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลจะมีราคาค่อนข้างสูง ผู้ที่เดินทางมายังนครซิดนีย์ควรจะทำประกันภัย ซึ่งควรจะให้รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น หากต้องเรียกใช้บริการของรถพยาบาลด้วย</p>
<p>ระบบการคมนาคมของนครซิดนีย์</p>
<p>ีนครซิดนีย์มีระบบคมนาคมทั้งรถประจำทาง รถรับจ้าง (taxi) เรือ เรือรับจ้าง (water-taxi) รถราง รถลอยฟ้า (monorail) และรถไฟ ซึ่งถือเป็นระบบคมนาคมที่สำคัญที่สุดของนครซิดนีย์โดยจะมีสองสถานีหลักที่ สำคัญคือ สถานีรถไฟทาวน์ฮอลล์ (Town Hall) ซึ่งเป็นสถานีที่อยู่ใจกลางเมืองและสถานีรถไฟเซ็นทรัล (Central) ซึ่งถือเป็นสถานีท่า (เหมือนสถานีรถไฟหัวลำโพง) โดยทั่วไปแล้วระบบการคมนาคมจะอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาล อย่างไรก็ตามในส่วนของเอกชน รัฐบาลก็มีมาตรการควบคุมอัตราค่าโดยสารให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมเช่นกัน</p>
<p>ท่าอากาศยานระหว่างประเทศและท่าอากาศยานภายในประเทศ ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองนครซิดนีย์ออกไปทางทิศใต้ประมาณ 16 กม.</p>
<p>ข้อควรปฏิบัติ</p>
<p>ท่านต้องยื่นหนังสือเดินทางและบัตรผู้โดยสารขาเข้าให้ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ตรวจสอบความถูกต้องก่อนที่ท่านจะรับสัมภาระ และเนื่องจากออสเตรเลียมีมาตรการการตรวจสอบและกักกันโรคอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันเชื้อโรคและแมลงต่าง ๆ ไม่ให้แพร่ระบาดในออสเตรเลีย ดังนั้นเมื่อท่านได้รับสัมภาระแล้ว เจ้าหน้าที่อาจขอตรวจสอบสิ่งของบางอย่างที่ท่านนำติดตัวมาด้วย ดังนั้นท่านควรใช้ช่องทางออกให้ถูกต้อง ช่องเขียว ไว้สำหรับผู้โดยสารที่ไม่มีของต้องสำแดง ช่องแดงไว้สำหรับผู้โดยสารที่มีของต้องสำแดง</p>
<p>ทั้งนี้หากเจ้าหน้าทีพบ ว่ามีของที่ควรต้องสำแดงแต่ท่านไม่สำแดง จะถือว่าท่านกระทำความผิด มีโทษปรับ 100 ดอลล่าร์ออสเตรเลีย (หรือมากกว่า) หรือจำคุกหรือทั้งจำทั้งปรับ</p>
<p>ตัวอย่างรายการสิ่งของ/ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ไม่อนุญาตให้นำเข้าออสเตรเลียมีดังนี้</p>
<p>ผลิตภัณฑ์อาหาร คือ ของสดทุกชนิด รวมทั้งเนื้อสัตว์ ผักและผลไม้ ไข่และนมสด ถั่วและเมล็ดธัญญพืชต่าง ๆ</p>
<p>ผลิตภัณฑ์สัตว์หรือที่เกี่ยวกับสัตว์ คือ สัตว์ที่ยังมีชีวิต</p>
<p>ผลิตภัณฑ์จำพวกพืชหรือต้นไม้ คือ ต้นไม้ที่ยังมีชีวิต เนื้อเยื่อ ราก หน่อ ตา กิ่งของต้นไม้</p>
<p>ผลิตภัณฑ์ประเภทอื่น ๆ เช่น อาวุธ วัตถุไวไฟ เวชภัณฑ์ อาจไม่ได้รับอนุญาตนำเข้า ดังนั้นจึงควรติดต่อสอบถามกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสียก่อน</p>
<p>หมายเหตุ<br />
ท่าน สามารถนำของใช้ที่เกี่ยวกับสัตว์ เช่น หน้ากากม้า อานม้า กรงนก หรือเครื่องแต่งบ้านที่ทำมาจากส่วนของพืชเข้ามาในประเทศได้ อย่างไรก็ตามของเหล่านั้นจะต้องได้รับการตรวจสอบ และ/หรือป้องกันเชื้อโรค จากสถานกักกันโรค (quarantine) เสียก่อน</p>
<p>โดยทั่วไปแล้วท่านจะได้รับ สิ่งของของท่านคืนภายหลัง จากที่ผ่านการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ หากเป็นของที่ไม่สามารถนำเข้าท่านต้องมอบของเหล่านั้นให้แก่เจ้าหน้าที่ เพื่อทำลาย แต่หากเป็นสิ่งของที่จำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด หรือจำเป็นที่ต้องได้รับการป้องกันเชื้อโรค ท่านสามารถเลือกได้ว่าจะเสียค่าใช้จ่ายที่อาจจะเกิดขึ้น หรือจะให้เจ้าหน้าที่จัดการทำลาย และหากท่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสิ่งของที่นำมา ท่านควรใช้ช่องมีของต้องสำแดง</p>
<p>อนึ่ง ท่านจะต้องแจ้งต่อเจ้าหน้าที่หากท่านมีเงินสดรวมมูลค่ามากกว่า 10,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย</p>
<p>การนำเข้าเครื่องใช้ต่าง ๆ สินค้าตัวอย่างหรือสินค้าปลอดภาษี</p>
<p>* ผู้ที่เดินทางมาออสเตรเลียสามารถนำสิ่งของเครื่องใช้ ส่วนตัวต่าง ๆ เช่น กล้องถ่ายรูป เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องประดับ เครื่องประทินผิว ติดตัวมาด้วยโดยไม่ต้องเสียภาษี หากคิดเป็นมูลค่าต่ำกว่า 400 ดอลล่าร์ออสเตรเลีย (200 ดอลลาร์ออสเตรเลียสำหรับเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี)<br />
* เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ไม่เกิน 1.125 ลิตร (อายุมากกว่า 18 ปี)<br />
* บุหรี่ไม่เกิน 250 มวน หรือซิการ์ หรือยาเส้นไม่เกิน 250 กรัม (อายุมากกว่า 18ปี)<br />
* ผู้นำเข้าสินค้าตัวอย่างจะต้องจ่ายภาษีนำเข้าหากต้องการ นำมาจำหน่ายในภายหลัง แต่ไม่ต้องจ่ายภาษีหากต้องการใช้ในงานแสดงสินค้า อย่างไรก็ตามจะต้องได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องเสียก่อน โดยท่านจะสามารถติดต่อผ่านหอการค้าระหว่างประเทศ (International Chamber of Commerce) ภายในประเทศไทยได้<br />
* สินค้าตัวอย่างเหล่านี้ต้องได้รับการตรวจสอบจากหน่วยกักกันโรค (quarantine) เสียก่อน</p>
<p>ข้อควรทราบ</p>
<p>* นอกจากผู้ถือสัญชาตินิวซีแลนด์แล้ว คนต่างชาติต้องมีวีซ่าที่ถูกต้องก่อนจะเดินทางมาออสเตรเลีย<br />
* คนต่างชาติอื่น ๆ รวมทั้งผู้ถือวีซ่าท่องเที่ยว (visitor) และวีซ่านักเรียน (student) ไม่มีสิทธิทำงานในออสเตรเลีย หากไม่มีวีซ่าทำงานที่ถูกต้อง<br />
* การลักลอบทำงานในออสเตรเลียเป็นเรื่องผิดกฎหมาย หากถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบต้องเดินทางออกนอกประเทศทันที</p>
<p>หน่วยราชการไทยในนครซิดนีย์</p>
<p>สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ<br />
เลขที่ 75-77 ชั้น 1 Pitt St. Sydney NSW 2000<br />
โทรศัพท์ : 9241 1075-6 โทรสาร : 9251-5981</p>
<p>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย<br />
เลขที่ 75-77 ชั้น 2 Pitt St. Sydney NSW 2000<br />
โทรศัพท์ : 9247 7549 โทรสาร : 9251-2465</p>
<p>หากท่านจะอยู่อาศัยในประเทศออสเตรเลีย<br />
เป็นระยะเวลานานโปรดแจ้งชื่อ และที่อยู่<br />
ต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ/สถานกงสุลฯ เพื่อประโยชน์ในการติดต่อ หรือให้ความช่วยเหลือในกรณีจำเป็น     สถานกงสุลใหญ่ ณนครซิดนีย์<br />
131 ชั้น 8 macquarie St. Sydney NSW2000<br />
โทรศัพท์ : 9241 2542 โทรสาร : 92478312<br />
เวลาทำการ : 9.30-13.00 น. และ 14.00-17.00 น.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tourtriptravel.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b8%a2/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b8%a2.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประเทศสหรัฐอเมริกา</title>
		<link>http://www.tourtriptravel.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%aa%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%aa%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2.html</link>
		<comments>http://www.tourtriptravel.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%aa%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%aa%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 19 Aug 2009 18:38:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้ก่อนเดินทาง]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศสหรัฐอเมริกา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tourtriptravel.com/?p=181</guid>
		<description><![CDATA[สาระน่ารู้เกี่ยวกับ ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศสหรัฐอเมริกา : วอชิงตัน
วอชิงตัน &#124; ชิคาโก &#124; นิวยอร์ค &#124; งเจลลิส
ข้อมูลเบื้องต้น : วอชิงตัน
การเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกา
* ไม่ควรรับฝากสิ่งของจากบุคคลแปลกหน้าและหากเป็นคนรู้จัก ก็ควรจะเปิดดูสิ่งของที่ฝากส่งมาว่าไม่ใช่สิ่งเสพติดและสิ่งของผิดกฎหมาย
* หากมีคนไม่รู้จักท่านมาก่อนหรือรู้จักโดยบังเอิญ ขอให้พาหรือดูแลคนไทยหรือคนต่างชาติเดินทางเข้าสหรัฐฯ ขอให้ปฏิเสธ เนื่องจากผู้นั้นอาจถือเอกสารเดินทางปลอม และท่านจะต้องปฏิเสธกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ ว่าไม่รู้จักแม้จะเป็นการพบกันโดยบังเอิญ หรือพูดคุยกันบนเครื่องบิน ทั้งนี้ มีหลายกรณีที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ได้จับคนไทยหรือเนรเทศกลับไทย โดยคิดว่าท่านอาจเป็นกลุ่มเดียวกับบุคคลลักลอบนำคนต่างชาติเข้าสหรัฐฯ
* การนำของสด พืช ผัก ผลไม้ เครื่องแกง เครื่องปรุง อาหารสด แห้งของไทยเข้าสหรัฐฯ (รวมทั้งยารักษาโรค) จะมีวิธียุ่งยากมาก และอาจเสี่ยงต่อการที่ศุลกากรจะนำสิ่งของดังกล่าวไปทิ้งหรือทำลาย
* ห้ามนำสารไวไฟ เช่น น้ำมันไฟแช็ก หรือแก๊สสำหรับไฟแช็ก หรือสารอันตรายอื่น ๆ ใส่กระเป๋าสัมภาระ
* การสอบใบขับขี่ของสหรัฐฯ อาจใช้ใบขับขี่ของไทยมารับรองที่สถานเอกอัครราชทูตฯ หรืออาจใช้ใบขับขี่สากลไปใช้เป็นหลักฐานประกอบการขอทำใบขับขี่ ของแต่ละมลรัฐได้
* การจะมาศึกษาต่อควรมี Transcript ปริญญาบัตร และเอกสารการศึกษาที่แปลเป็นภาษาอังกฤษ และอาจรับรองเอกสารที่กระทรวงการต่างประเทศแล้ว (แต่ทั้งนี้แล้วแต่ข้อกำหนดของมหาวิทยาลัยว่า จะต้องรับรองเอกสารดังกล่าวหรือไม่)
* [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สาระน่ารู้เกี่ยวกับ <span><span style="font-family: Tahoma; font-style: normal; font-variant: normal; font-weight: normal; font-size: 10pt; line-height: normal; font-size-adjust: none; font-stretch: normal;"><span style="font-size: x-small;">ประเทศสหรัฐอเมริกา <span id="more-181"></span></span></span></span>ประเทศสหรัฐอเมริกา : วอชิงตัน</p>
<p>วอชิงตัน | ชิคาโก | นิวยอร์ค | งเจลลิส<br />
ข้อมูลเบื้องต้น : วอชิงตัน</p>
<p>การเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกา</p>
<p>* ไม่ควรรับฝากสิ่งของจากบุคคลแปลกหน้าและหากเป็นคนรู้จัก ก็ควรจะเปิดดูสิ่งของที่ฝากส่งมาว่าไม่ใช่สิ่งเสพติดและสิ่งของผิดกฎหมาย<br />
* หากมีคนไม่รู้จักท่านมาก่อนหรือรู้จักโดยบังเอิญ ขอให้พาหรือดูแลคนไทยหรือคนต่างชาติเดินทางเข้าสหรัฐฯ ขอให้ปฏิเสธ เนื่องจากผู้นั้นอาจถือเอกสารเดินทางปลอม และท่านจะต้องปฏิเสธกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ ว่าไม่รู้จักแม้จะเป็นการพบกันโดยบังเอิญ หรือพูดคุยกันบนเครื่องบิน ทั้งนี้ มีหลายกรณีที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ได้จับคนไทยหรือเนรเทศกลับไทย โดยคิดว่าท่านอาจเป็นกลุ่มเดียวกับบุคคลลักลอบนำคนต่างชาติเข้าสหรัฐฯ<br />
* การนำของสด พืช ผัก ผลไม้ เครื่องแกง เครื่องปรุง อาหารสด แห้งของไทยเข้าสหรัฐฯ (รวมทั้งยารักษาโรค) จะมีวิธียุ่งยากมาก และอาจเสี่ยงต่อการที่ศุลกากรจะนำสิ่งของดังกล่าวไปทิ้งหรือทำลาย<br />
* ห้ามนำสารไวไฟ เช่น น้ำมันไฟแช็ก หรือแก๊สสำหรับไฟแช็ก หรือสารอันตรายอื่น ๆ ใส่กระเป๋าสัมภาระ<br />
* การสอบใบขับขี่ของสหรัฐฯ อาจใช้ใบขับขี่ของไทยมารับรองที่สถานเอกอัครราชทูตฯ หรืออาจใช้ใบขับขี่สากลไปใช้เป็นหลักฐานประกอบการขอทำใบขับขี่ ของแต่ละมลรัฐได้<br />
* การจะมาศึกษาต่อควรมี Transcript ปริญญาบัตร และเอกสารการศึกษาที่แปลเป็นภาษาอังกฤษ และอาจรับรองเอกสารที่กระทรวงการต่างประเทศแล้ว (แต่ทั้งนี้แล้วแต่ข้อกำหนดของมหาวิทยาลัยว่า จะต้องรับรองเอกสารดังกล่าวหรือไม่)<br />
* ตรวจประเภทของวีซ่าให้ถูกต้องและหนังสือเดินทางต้องมีอายุเหลือไม่ต่ำกว่า 6 เดือน<br />
* การพำนักอยู่ในสหรัฐฯ ควรเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายสหรัฐฯ อย่างเคร่งครัด<br />
* ท่านสามารถอ่านและฟังข่าวภาษาไทยได้ทุกวันจาก Website ของสถานเอกอัครราชทูตฯ ที่ http://www.thaiembdc.org/ ท่านสามารถ download แบบฟอร์มการขอต่ออายุหนังสือเดินทางการรับรองเอกสารนิติกรณ์ วีซ่า ฯลฯ ได้</p>
<p>ทั่วไป</p>
<p>* สหรัฐฯ มีเขตเวลาหลายเขต ได้แก่ Atlantic Time, Eastern Time, Central Time, Mountain Time, Pacific Time, Alaska Time, Hawaii Time ท่านจะต้องตรวจสอบเวลาที่ห่างกับประเทศไทยให้ดี เพราะมีความจำเป็นสำหรับการติดต่อราชการและธุรกิจ<br />
* เหตุด่วนเหตุร้าย แจ้ง 911 สอบถามหมายเลขโทรศัพท์ สถานที่และบุคคลต่าง ๆ 411, สอบถามหมายเลขโทรศัพท์ในมลรัฐหรือเมืองอื่น ๆ กดรหัส area code ของเมืองหรือมลรัฐที่ต้องการตามด้วยหมายเลข 555-1212<br />
* สหรัฐฯ ใช้ระบบไฟฟ้า 110 v. 60 Hz. เครื่องใช้ไฟฟ้าจึงควรซื้อในสหรัฐอเมริกา</p>
<p>Royal Thai Consulate-General, New York :<br />
351 East 52nd St., New York, NY 10022<br />
โทรศัพท์ (212) 754-2536-8 โทรสาร (212) 754-1907<br />
E-mail : thainycg@aol.com มีเขตอาณาดูแล 10 มลรัฐ<br />
Maine, Massachusetts, New Hampshire, New Jersey, New York, Ohio, Pennsylvania, Rhode Island, Vermont และ Connecticut</p>
<p>Royal Thai Consulate-General, Chicago :<br />
700 North Rush St., Chicago, IL 60611-2504<br />
โทรศัพท์ (312) 664-3129 โทรสาร (312) 664-3230<br />
E-mail : thaichicago@aol.com มีเขตอาณาดูแล 12 มลรัฐ<br />
Illinois, Indiana, Iowa, Kansas, Kentucky, Michigan, Minnesota, Missouri, Nebraska, North Dakota, South Dakota และ Wisconsin</p>
<p>Royal Thai Consulate-General, Los Angeles :<br />
11 North Larchmont Blvd., Los Angeles, CA 90004<br />
โทรศัพท์ (323) 962-9574-77 โทรสาร (323) 962-2128<br />
E-mail : thai-la@mindspring.com<br />
Website : http://www.thai-la.net/ มีเขตอาณาดูแล 8 มลรัฐ<br />
Alaska, Arizona, California, Idaho, Nevada, Oregon, Utah และ Washington</p>
<p>สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนไทยในสหรัฐอเมริกา<br />
1906 23rd St., N.W., Washington, D.c., 20008<br />
โทรศัพท์ (202) 667-9111-2 โทรสาร (202) 265-7239<br />
E-mail : oea@thai-edu.in-us.org<br />
Website : http://www.thai-edu-in-us.org/</p>
<p>Tourism Authority of Thailand, Los Angeles :<br />
โทรศัพท์ (323) 461-9814</p>
<p>Thai Airways International, Washington, D.C. :<br />
โทรศัพท์ (202) 624-8420</p>
<p>นอกจากนี้ยังมีสถานกงสุลกิตติมศักดิ์อีก 15 แห่ง คือ</p>
<p>* Alabama : Tel. (344) 269-2518<br />
* Colorado : Tel. (303) 892-0118<br />
* Dominican Republic : Tel. (809) 541-7445<br />
* Florida : Tel. (305) 445-7577<br />
* Georgia : Tel. (770) 988-3304<br />
* Hawaii : Tel. (808) 845-7332<br />
* Louisiana : Tel. (504) 522-3400<br />
* Massachusetts : Tel. (617) 350-6200<br />
* Missouri : Tel. (913) 385-5555<br />
* Oklahoma : Tel. (918) 357-2886<br />
* Oregon : Tel. (503) 221-0090<br />
* Puerto Rico : Tel. (787) 751-0151<br />
* Dallas Texas : Tel. (214) 740-1498<br />
* El Paso, Texas : Tel. (915) 533-5757</p>
<p>หากท่านจะอยู่อาศัยในประเทศสหรัฐอเมริกา<br />
เป็นระยะเวลานาน โปรดแจ้งชื่อ และที่อยู่<br />
ต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ/สถานกงสุลฯ เพื่อประโยชน์ในการติดต่อ<br />
หรือให้ความช่วยเหลือในกรณีจำเป็น     Royal Thai Embassy, Washington, D.C. :<br />
1024 Wisconsin Ave., N.W., Washington, D.C. 20007<br />
โทรศัพท์ (202) 944-3600 โทรสาร (202) 944-3611<br />
E-mail : thai.wsn@thaiembdc.org<br />
Website : http://www.thaiembdc.org/<br />
มีเขตอาณาดูแล 20 มลรัฐ ได้แก่<br />
Alabama, Arkansas, Colorado, Delaware, Florida, Georgia, Hawaii, Louisiana, Maryland, Mississippi, Montana, New Mexico, North Carolina, Oklahoma, South Carolina, Tennessee, Texas, Virginia, West Virginia และ Wyoming นอกจากนี้ยังดูแล Washington D.C., Puerto Rico, Dominican Republic และ Jamaica</p>
<p>กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ โทรศัพท์ 981 7171 โทรสาร 575 1038</p>
<p>ประเทศสหรัฐอเมริกา : ชิคาโก</p>
<p>วอชิงตัน | ชิคาโก | นิวยอร์ค | ลอสแองเจลลิส<br />
ข้อมูลเบื้องต้น : ชิงคาโก</p>
<p>ข้อมูลทั่วไป<br />
นคร ชิคาโกเป็นนครใหญ่อันดับสามของสหรัฐอเมริการองจากลอสแอนเจลิส และนิวยอร์ก เป็นศูนย์กลางทางธุรกิจ การเงิน และอุตสาหกรรมที่สำคัญที่สุดของสหรัฐอเมริกา นครชิคาโกเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงทางด้านสถาปัตยกรรมสมัยใหม่<br />
ที่ตั้ง     ตอนเหนือของมลรัฐอิลลินอยส์<br />
พื้นที่     228.5 ตารางไมล์<br />
ภูมิอากาศ     นครชิคาโกได้รับ สมญานามว่า &#8220;Windy City&#8221; เนื่องจากมีกระแสลมพัดแรงตลอดปี ภูมิอากาศจะผันผวน แต่ไม่เคยปรากฏภัยธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว หรือพายุเฮอร์ริเคน<br />
ประชากร     ประมาณ 5 ล้านคน (1999)<br />
การปกครอง     นายกเทศมนตรี และ City Council เป็นผู้รับผิดชอบดูแลกิจการและปัญหาต่าง ๆ ในนครชิคาโก</p>
<p>ธุรกิจ<br />
นคร ชิคาโกเป็นหนึ่งในผู้นำทางตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ เงินตรา เป็นตลาดของสินค้าโภคภัณฑ์ที่ซื้อขายล่วงหน้า เป็นสำนักงานใหญ่ของธุรกิจขนาดใหญ่ อาทิ Amoco Corporation, Motorola, McDonald&#8217;s Corporation Ameritech, Sears Robuck and Company, Sara Lee Corporation ฯลฯ และเป็นศูนย์กลางการเงินที่ใหญ่ที่สุด ธนาคารที่ใหญ่ที่สุด 4 อันดับแรกของนครชิคาโก ได้แก่ First National Bank of Chicago, Northorn Trust Company, La Salle National Bank และ Harris Trust and Saving Bank</p>
<p>การคมนาคม<br />
นคร ชิคาโกเป็นหนึ่งศูนย์กลางคมนาคมทั้งทางรถยนต์ ทางอากาศ และทางรถไฟ สนามบิน O&#8217;Hare เป็นสนามบินที่ใหญ่ที่สุด มีผู้โดยสารเดินทางผ่านมากกว่า 67 ล้านคนต่อปี และมีเที่ยวบินรวมทั้งปีกว่า 9 แสนเที่ยวบิน</p>
<p>การศึกษา<br />
มี โรงเรียนในนครชิคาโกจำนวนกว่า 750 โรงเรียน มีนักเรียน 425,000 คน มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงได้แก่ University of Illinois at Chicago, Northeastern Illinois University, University of Chicago, Northwestern University, Illinois Institute of Technology, The School of the Art Institute of Chicago และ Depaul University</p>
<p>การสาธารณสุข<br />
นคร ชิคาโกมีโรงพยาบาลกว่า 95 โรง ที่มีชื่อเสียง ได้แก่ Cook County Hospital, Northwestern Memorial Hospital, St.Joseph Medical Center ฯลฯ</p>
<p>สถานที่ที่น่าสนใจ<br />
นคร ชิคาโกเป็นเมืองที่มีตึกสูงระฟ้าจำนวนมาก ที่สำคัญ ได้แก่ ตึก Sear ตึก John Hancock และตึก Amoco ฯลฯ มีแหล่งช้อปปิ้งที่สำคัญบนถนน Michigan Avenue (Magnificent Miles) ซึ่งมีห้างสรรพสินค้าชั้นนำต่าง ๆ ได้แก่ Bloomingdale&#8217;s, Sak Fifth Avenue, Nieman Marcus, Marshall Field&#8217;s ฯลฯ มีพิพิธภัณฑ์ จำนวน 46 แห่ง ที่มีชื่อเสียง ได้แก่ Museum of Science and Industry, Art Institute of Chicago, Field Museum ฯลฯ มีโรงละครกว่า 150 โรง ร้านอาหารนานาชาติกว่า 7,000 ร้าน (ในจำนวนนี้มีร้านอาหารไทยกว่า 200 ร้าน) มีห้องสมุดที่ใหญ่ที่สุดชื่อ Harold Washington Library</p>
<p>ข้อพึงระวัง</p>
<p>* อย่านำผัก ผลไม้สด และผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ เข้าไปในสหรัฐฯ<br />
* การลักลอบนำยาเสพติดเข้าประเทศเป็นความผิดที่ร้ายแรงมาก<br />
* การให้ความช่วยเหลือ หรือการรับฝาก และนำพาบุคคลอื่นเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาโดยคิดว่าเป็นการช่วยเหลือเพื่อ มนุษยธรรม เนื่องจากบุคคลนั้นไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ อาจเป็นผลร้ายต่อตนเอง กล่าวคือ ในบางกรณี การช่วยเหลือดังกล่าวอาจถูกมองว่าเป็นการช่วยเหลือหรือลักลอบนำคนต่างด้าว เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ซึ่งถ้าถูกจับได้ บุคคลผู้ช่วยเหลือจะมีความผิดและมีโทษจำคุก (1-3 ปี) ด้วย ส่วนผู้ที่ได้รับการช่วยเหลืออาจขอลี้ภัยอยู่ในประเทศสหรัฐฯ ได้<br />
* โดยที่นครชิคาโกเป็นเมืองใหญ่ ผู้เดินทางมาใหม่ควรจะต้องระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยส่วนตัวและทรัพย์สิน เหมือนเช่นเมืองใหญ่อื่น ๆ ทั่วไป</p>
<p>นครชิคาโก เป็นหนึ่งในด้านต่าง ๆ ดังนี้</p>
<p>* ศูนย์กลางการคมนาคมขนส่ง ทางบก เรือ อากาศ<br />
* การผลิตลูกกวาด ขนมคุ๊กกี้ ไส้กรอก และเนื้อสัตว์<br />
* ศูนย์กลางการจัดงานประชุมและการแสดงสินค้า<br />
* ธุรกิจส่งของทางไปรษณีย์<br />
* อุตสาหกรรมการผลิตเฟอร์นิเจอร์ ที่นอน หมึกพิมพ์<br />
* อุตสาหกรรมทีวีและวิทยุ<br />
* เครื่องมือสื่อสารทางโทรศัพท์<br />
* มีโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดคือ Conrad Hilton<br />
* มีอาคารสำนักงานที่ใหญ่ที่สุด คือ The Merchandise Mart<br />
* มีศูนย์จัดนิทรรศการที่ใหญ่ที่สุด คือ Mc Cormick Place</p>
<p>ชุมชนไทย<br />
ใน นครชิคาโกและรัฐใกล้เคียงมีคนไทยอาศัยอยู่ประมาณ 30,000 คน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพแพทย์ วิศวกร พยาบาล เจ้าของร้านอาหารไทย มีวัดไทย 8 วัด มีสมาคมและชมรมของคนไทยมากกว่า 10 แห่ง มีหน่วยราชการไทย 2 แห่ง ได้แก่ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครชิคาโก (ตั้งแต่ พ.ศ. 2522) และสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครชิคาโก (ตั้งแต่ พ.ศ. 2534)</p>
<p>มลรัฐที่อยู่ในความรับผิดชอบ<br />
สถาน กงสุลใหญ่ ณ นครชิคาโกมีขอบเขตรับผิดชอบจำนวน 12 มลรัฐ คือ Illinois, Indiana , Iowa, Kentucky, Kansas, Michigan, Minnesota, Missouri, Nebraska, North Dakota, South Dakota และ Wisconsin</p>
<p>หากท่านจะอยู่อาศัยในประเทศสหรัฐอเมริกา<br />
เป็นระยะเวลานาน โปรดแจ้งชื่อ และที่อยู่<br />
ต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ/สถานกงสุลฯ เพื่อประโยชน์ในการติดต่อ<br />
หรือให้ความช่วยเหลือในกรณีจำเป็น     สถานกงสุลใหญ่ ณ นครชิคาโก<br />
(The Royal Thai Consulate-General)<br />
700 North Rush Street Chicago, Illinois 60611<br />
โทรศัพท์ (312) 664-3129 โทรสาร (312) 664-3230<br />
E-mail : thaichicago@ameritech.net</p>
<p>Website: http://www.thaichicago.net</p>
<p>สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครชิคาโก<br />
โทรศัพท์ (312) 467-0044 โทรสาร (312) 467-1690<br />
E-mail : ttcc@thaitradechicago.com</p>
<p>กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ โทรศัพท์ 0 2575 1046-51โทรสาร 0 2575 1052</p>
<p>ประเทศสหรัฐอเมริกา : นิวยอร์ค</p>
<p>วอชิงตัน | ชิคาโก | นิวยอร์ค | ลอสแองเจลลิส<br />
ข้อมูลเบื้องต้น : นิวยอร์ค</p>
<p>นครนิวยอร์ก เป็นเมืองหนึ่งในรัฐนิวยอร์ก ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ โดยประกอบด้วย 5 เขต (borough) คือ แมนฮัตตัน (Manhattan), บร็องซ์ (Bronx), ควีนส์ (Queens), บรู๊กลิน (Brooklyn) และสเตตันไอส์แลนด์ (Staten Island) มีเพียงแมนฮัตตันและสเตตันไอส์แลนด์เท่านั้นที่มีลักษณะเป็นเกาะ ล้อมรอบด้วยแม่น้ำซึ่งเรียกชื่อแตกต่างกัน ฝั่งตะวันออกเรียกว่า แม่น้ำอีสต์รีเวอร์ (East River) และเรียกว่าแม่น้ำฮัดสัน (Hudson River) ในฝั่งตะวันตก</p>
<p>สถานที่ท่องเที่ยว</p>
<p>นครนิวยอร์ก เป็นศูนย์กลางในทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ การค้าการลงทุน การเงิน ศิลปะบันเทิง และยังเป็นศูนย์กลางแฟชั่นและอัญมณีเครื่องประดับสำคัญแห่งหนึ่งขแงโลกอีก ด้วย มีเกาะแมนฮัตตันอยู่ใจกลางมหานคร เป็นที่ตั้งของหน่วยงานสำคัญมากมาย เช่น องค์การสหประชาชาติ ตลาดหุ้นวอลสตรีท นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ ได้แก่ ตึกเอ็มไพร์สเตทซึ่งสูงที่สุด(88 ชั้น แต่สำหรับชมทิวทัศน์นครนิวยอร์กจะอยู่ที่ชั้นที่ 86)  เทพีสันติภาพ (Lady Liberty)  พิพิธภัณฑ์ Metropolitan Museum, Central Park และ Times Square ศูนย์รวมโรงละคอนบรอดเวย์ และบริเวณ Fifth Avenue ซึ่งเป็นย่านช็อปปิ้งเสื้อผ้า และสินค้าแฟชั่นที่มีชื่อเสียงระดับโลก ห้างสรรพสินค้าที่มีชื่อเสียง ได้แก่ Saks Fifth, Macy&#8217;s และ Bloomingdale สำหรับ Century 21 จะเป็นห้างที่มีราคาย่อมเยาและเป็นที่นิยมแพร่หลายในหมู่นักท่องเที่ยวทั่ว ไป<br />
การคมนาคม<br />
สำหรับนครนิวยอร์ก การคมนาคมทางรถไฟใต้ดิน และรถประจำทางให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งสะดวกประหยัดและรวดเร็ว โดยสามารถหาซื้อบัตรโดยสาร (ใช้บริการได้ทั้งรถไฟฟ้าใต้ดิน และรถประจำทาง) ได้ที่สถานีรถไฟใต้ดินทุกแห่ง (มีทั้งซื้อได้ด้วยเงินสดจากเคาเตอร์ หรือใช้บัตรเครดิตที่เครื่องขายบัตรอัตโนมัติ) สามารถขอแผนที่รถไฟฯ ได้ที่เจ้าหน้าที่ฯในสถานีฯ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด หรืออาจหาซื้อได้ตามร้านขายของชำที่มีตรา MTA ( Metropolitan Tranportation Authority) ในราคา 2.00 เหรียญสหรัฐฯ ต่อเที่ยว หากซื้อ ตั๋ววันก็ใช้ได้ไม่จำกัดเที่ยวใน 1 วัน และหากพำนักมากกว่า1 สัปดาห์ ก็ขอให้ซื้อบัตรโดยสารประเภท&#8221;ขึ้นไม่จำกัดเที่ยว&#8221; แต่จำกัดภายในระยะเวลา 1 สัปดาห์เท่านั้น ในราคา 24 เหรียญสหรัฐฯ นอกจากนี้ ยังมีรถแท็กซี่มิเตอร์ (สีเหลือง) วิ่งรับ-ส่ง ผู้โดยสารตลอด 24 ชั่วโมง เช่นกัน แต่ไม่แนะนำให้ใช้ในชั่วโมงเร่งด่วน เพราะต้องใช้เวลารอนานมาก<br />
สำหรับผู้ ที่จะใช้บริการรถเช่าในนครนิวยอร์ก ทางการนิวยอร์กจะไม่อนุญาตให้ใช้ใบขับขี่รถยนต์ระหว่างประเทศ และจะอนุญาตเฉพาะใบขับขี่ที่ออกโดยรัฐนิวยอร์กเท่านั้น อย่างไรก็ดี สถานที่สำหรับจอดรถชั่วคราวมีน้อย และคิดค่าบริการจอดรถมีราคาสูงมาก<br />
สำหรับ ผู้สัญจรทั่วไปในนครนิวยอร์ก ควรศึกษาระบบถนน และเส้นทางในแผนที่ก่อนออกเดินทาง สามารถขอแผนที่จากเคาเตอร์โรงแรมทั่วไป โดยมีหลักสังเกต ดังนี้<br />
ถนนที่ตั้งอยู่ตามแนวขนานกับเกาะแมนฮัตตัน<br />
เรียก ว่า Avenue เริ่มตั้งแต่ฝั่งตะวันออก ได้แก่ York, 1st, 2nd, 3rd, Lexington, Park, Madison, 5th, 6th,( Avenue of America), 7th(Fashion), 8th, 9th, 10th,11th 12th ถนนที่ตัดขวางกับเกาะแมนฮัตตันจะเรียกว่า Street ซึ่งจะเริ่มจากทางใต้ของเกาะขึ้นไปทางเหนือของเกาะ โดยเรียงตัวเลขจากน้อยไปหามาก และถนนส่วนใหญ่จะใช้ระบบเดินรถทางเดียว สำหรับการแบ่งเขตบนเกาะแมนฮัตตันจะใช้ถนน 5th Avenue เป็นหลักในการแบ่งเขตตะวันออกและตะวันตก<br />
อุปโภค-บริโภค<br />
นคร นิวยอร์กเป็นศูนย์รวมร้านอาหารนานาชาติมากมาย และมีร้านอาหารไทยมากกว่า 200 ร้าน อาหารที่มีราคาถูกได้แก่ อาหารจีน และอาหารจานด่วน (Fast Food) สำหรับการซื้อไวตามินและยารักษาโรคสามัญบางชนิดหาซื้อได้จากร้านสะดวกซื้อ ทั่วไป ซึ่งมักมีแผนกยาประจำอยู่ด้วย อาทิ Duane Reade (เปิดบริการ 24 ชม.) หรือ Rite Aide เป็นต้น แต่ราคาจะสูงกว่าไทยมาก กรณีที่เป็นยาปฏิชีวนะหรือยาอื่นๆ ผู้ซื้อจะต้องมีใบสั่งแพทย์เท่านั้น ซึ่งจำเป็นต้องนัดไปพบแพทย์ตรวจก่อน ดังนั้นหากเป็นไปได้ ควรจัดเตรียมยาไปจากประเทศไทย<br />
การรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลต้องนัดแพทย์เสียก่อน ในกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน สามารถเรียกรถพยาบาลได้ที่หมายเลข 911<br />
การให้เงินรางวัล<br />
การ ให้เงินรางวัล (Tip) แก่ผู้ให้บริการทั่วไปในนครนิวยอร์ก นับเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่เคร่งครัด ข้อมูลที่จำเป็นและพึงระวังสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไปมีดังนี้<br />
- คนยกกระเป๋า 1.50-2.00 เหรียญสหรัฐฯ ต่อกระเป๋า 1 ใบ<br />
- ค่ายกกระเป๋า (ที่โรงแรม) แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ พนักงานบริการยกสัมภาระด้านหน้าโรงแรม และพนักงานภายในโรงแรม ซึ่งมีหน้าที่เดียวกันแต่ทางโรงแรมจะแบ่งแยกชัดเจนให้พนักงานทั้งสองส่วนมี รายได้พิเศษ จึงจำเป็นที่จะต้องให้เงินรางวัลทั้งสองส่วน (ซึ่งส่วนหน้าอาจจะพิจารณาให้น้อยกว่าได้)<br />
- พนักงานทำความสะอาดห้องประมาณ 2 เหรียญสหรัฐฯ/ คืน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับจำนวนคืนที่พัก<br />
- พนักงานขับรถแท็กซี่ ร้อยละ 10-15 ของราคาแท็กซี่ที่ปรากฏบนจอมิเตอร์ที่อยู่อาศัย<br />
- บริกรเสิร์ฟอาหารในร้านและภัตตาคาร อย่างต่ำร้อยละ 15 ของยอดค่าอาหาร ที่ปรากฏในใบเสร็จรับเงินซึ่งปกติจะบวกค่าภาษีร้อยละ 10 ทั้งนี้ หากคณะใหญ่เกิน 6 คน ร้านอาหารใหญ่ๆ จะคิดค่าทิปเพิ่มเป็นร้อยละ 20<br />
- พนักงานตัดผม ร้อยละ 15-20 ของค่าตัดผม และพนักงานสระผมอีก 1 เหรียญสหรัฐฯ</p>
<p>การหาที่อยู่ในนครนิวยอร์กกระทำได้ไม่ยาก เพราะมีการย้ายเข้าย้ายออกอยู่เสมอ ทำให้มีที่อยู่อาศัยว่างให้เช่าตลอดปี (การหาที่อยู่อาศัยในฤดูร้อนจะง่ายกว่าฤดูหนาว) ที่อยู่อาศัยในนครนิวยอร์กมีให้เลือกหลายประเภท ซึ่งอาจหาได้โดยผ่านบริษัทนายหน้า (ส่วนใหญ่จะต้องเสียค่านายหน้า 15%) หรืออาจหาด้วยตนเอง สำหรับสัญญาเช่า โดยปกติจะทำ 1-2 ปี และต้องวางมัดจำเท่ากับค่าเช่า 1 เดือน และต้องรับภาระเรื่องค่าไฟฟ้า ค่าแก๊สเอง ส่วนอัตราค่าเช่าอพาร์เม้นต์ห้องนอนเดียวในเกาะแมนฮัตตันอยู่ในระหว่าง 2,500 &#8211; 3,800 เหรียญสหรัฐฯ ต่อเดือน</p>
<p>ข้อควรปฏิบัติ และพึงระวัง</p>
<p>* ห้ามนำอาหารสด เนื้อสัตว์ (ยกเว้นอาหารทะเล) ผักสด ผลไม้ และนมสดเข้าสหรัฐฯ โดยเด็ดขาด<br />
* เนื่องจากความเข้มงวดด้านการรักษาความปลอดภัย ทางการสหรัฐฯ มีสิทธิ์ที่จะยึดเก็บหรือทำลายสัมภาระใดๆ ทันทีหากเจ้าของทิ้งสัมภาระใดๆ ในที่สาธารณะโดยไม่มีผู้ดูแล โดยเฉพาะในสนามบิน และสถานีรถไฟใต้ดิน โรงแรม และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ<br />
* ควรจะพกบัตรเครดิตติดตัวเพื่อความปลอดภัยและไม่ประมาท สำหรับเงินสดไม่ควรพกติดตัวเป็นจำนวนมาก<br />
* ควรเตรียมเสื้อผ้าสำรองติดตัวไว้ในกรณีที่ออกเดินทางสัญจร โดยเฉพาะในฤดูหนาว เนื่องจากลมแรงและอากาศเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา<br />
* การคืน/ แลกเปลี่ยนสินค้า : เมื่อซื้อสินค้าใดๆ จากห้างร้านทุกแห่งควรเก็บใบเสร็จเอาไว้ทุกฉบับ เนื่องจากประเทศสหรัฐฯ มีนโยบายในการให้สิทธิในการคืน/ เปลี่ยน สินค้าได้ (ส่วนใหญ่ภายในระยะเวลา  1 เดือน) แต่มีเงื่อนไขว่า สภาพจะต้องเหมือนเดิม พร้อมแสดงใบเสร็จเป็นหลักฐานในการคืนสินค้า กรณีขอเปลี่ยนสินค้าจะต้องทำเรื่องคืนสินค้าเดิมก่อน แล้วจึงซื้อสินค้าตัวใหม่ได้ ที่สำคัญ หากซื้อด้วยบัตรเครดิต ผู้ขายจะเรียกใช้บัตรเครดิตเดิมสำหรับกระบวนการคืนหรือแลกเปลี่ยนสินค้า<br />
* อย่าทิ้งกระเป๋าถือหรือใส่ของมีค่าไว้ในกระเป๋า เพราะอาจถูกขโมยไปได้ทุกเวลา<br />
* ควรจะมี Credit card มาก่อนอย่างน้อย 1 ใบ เพราะจะทำให้สะดวกในการขอ Credit card ที่สหรัฐฯ ซึ่งจำเป็นอย่างมากในชีวิตประจำวัน<br />
* ระมัดระวังกระเป๋าและของมีค่าในขณะที่อยู่ในฝูงชน โดยเฉพาะในขณะขึ้นรถประจำทาง รถไฟใต้ดิน หรือขณะรอเข้าแถวซื้อของ<br />
* อย่าเก็บกระเป๋าสตางค์ไว้ที่กระเป๋ากางเกงด้านหลัง<br />
* ถ้าถูกล้วงกระเป๋าไม่ต้องกลัวที่จะร้องขอความช่วยเหลือ<br />
* อย่าทิ้งของมีค่าไว้ในรถยนต์แต่ให้เก็บไว้ในที่เก็บของท้ายรถ<br />
* อย่าทิ้งใบอนุญาตขับรถ หรือใบจดทะเบียนรถไว้ในรถยนต์<br />
* ในกรณีเกิดเหตุร้าย ติดต่อตำรวจได้ที่หมายเลข 911<br />
* เพิ่มกุญแจล็อกประตูบ้านหรือติดสัญญาณกันขโมยบริเวณประตูหรือหน้าต่าง หรือติดเหล็กดัดหน้าต่าง กรณีที่พักอยู่ชั้นล่าง<br />
* สำหรับเด็กเล็กที่จะเข้าโรงเรียน ต้องนำสมุดคู่มือฉีดวัคซีนพร้อมคำแปลภาษาอังกฤษ และใบรับรองแพทย์ภาษาอังกฤษมาด้วย</p>
<p>หน่วยราชการไทย<br />
สถานกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ เมืองบอสตัน<br />
โทรศัพท์ (617) 720-THAI    โทรสาร   (617) 227-2306</p>
<p>สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครนิวยอร์ก<br />
โทรศัพท์ (212) 482-0077     โทรสาร   (212) 482-1177</p>
<p>สำนักงานที่ปรึกษาเศรษฐกิจ (ด้านการลงทุน) ณ นครนิวยอร์ก<br />
โทรศัพท์ (212) 422-9009     โทรสาร   (212) 422-9119</p>
<p>สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ณ นครนิวยอร์ก<br />
โทรศัพท์ (212) 482-0433     โทรสาร   (212) 269-2588</p>
<p>บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ณ นครนิวยอร์ก<br />
โทรศัพท์ (212) 944-THAI     โทรสาร   (212) 286-0082</p>
<p>หากท่านจะอยู่อาศัยในประเทศสหรัฐอเมริกา<br />
เป็นระยะเวลานาน โปรดแจ้งชื่อ และที่อยู่<br />
ต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ/สถานกงสุลฯ เพื่อประโยชน์ในการติดต่อ<br />
หรือให้ความช่วยเหลือในกรณีจำเป็น     สถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก<br />
เลขที่ 351 East 52nd street<br />
(ระหว่าง 1st Avenue และ 2nd Avenue),<br />
New York, NY 10022<br />
โทรศัพท์ (212) 754-1770 โทรสาร (212) 754-1907<br />
วันทำการ<br />
จันทร์-ศุกร์ ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์-อาทิตย์<br />
เวลาทำการ<br />
09.00-12.30น.และ13.30-16.30 น.โดยมีเจ้าหน้าที่ให้บริการในด้านกงสุลและนิติกรณ์<br />
รวม ทั้งดูแลและรักษาผลประโยชน์ของคนไทยที่อาศัยอยู่ในมลรัฐ เขตอาณาที่รับผิดชอบ ได้แก่ New York, New Jersey, New Hampshire, Vermont, Maine, Rhode Island, Ohio, Pennsylvania, Massachusetts และ Connecticut</p>
<p>กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ โทรศัพท์ 0 2575 1046-51 โทรสาร 0 2575 1052</p>
<p>ประเทศสหรัฐอเมริกา : ลอสแองเจลลิส</p>
<p>วอชิงตัน | ชิคาโก | นิวยอร์ค | ลอสแองเจลลิส<br />
ข้อมูลเบื้องต้น : ลอสแองเจลลิส</p>
<p>พื้นที่</p>
<p>มลรัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นมลรัฐที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของสหรัฐอเมริกา โดยมีพื้นที่ขนาด 410,000 ตร.กม. (ประมาณ 4 ใน 5 ของไทย)</p>
<p>ประชากร</p>
<p>35.8 ล้านคน</p>
<p>อุณหภูมิ</p>
<p>อุณหภูมิเฉลี่ย 68 องศาฟาเรนไฮน์ (20 องศาเซลเซียส)</p>
<p>เวลา</p>
<p>เวลาในแคลิฟอร์เนียช้ากว่าไทย 14 ชั่วโมงในฤดูร้อน และ 15 ชั่วโมงในฤดูหนาว</p>
<p>เมืองหลวง</p>
<p>เมืองหลวงของมลรัฐคือ เมืองซาคราเมนโต (Sacramento)</p>
<p>เมืองที่สำคัญ</p>
<p>นครลอสแอนเจลิส นครซานฟรานซิสโก เมืองซานดิเอโก้</p>
<p>รายได้สำคัญของมลรัฐ</p>
<p>มาจากผลผลิตทางเกษตรกรรม อุตสาหกรรม การบันเทิง โดยเฉพาะโทรทัศน์และภาพยนตร์ ผลิตภัณฑ์ ด้านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมอากาศยาน</p>
<p>การเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกา<br />
เมื่อ เดินทางถึงสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเดินทางผ่านไปยังประเทศอื่นหรือเมืองอื่นในสหรัฐฯ หรือไม่ก็ตาม ผู้เดินทางจะต้องผ่านพิธีเข้าเมืองและศุลกากร ณ เมืองนั้นทันที</p>
<p>* ตรวจสอบประเภทวีซ่าให้ถูกต้องและดูว่าวีซ่าสามารถใช้เดินทางเข้า &#8211; ออกประเทศได้กี่ครั้ง ภายในระยะเวลาใด<br />
* ส่วนระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในสหรัฐฯ นั้น ให้ดูจากใบตรวจคนเข้าเมือง หากอยู่เกินระยะเวลา อาจก่อให้เกิดปัญหาการเข้าเมืองผิดกฎหมายได้<br />
* หนังสือเดินทางที่ใช้ควรมีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน</p>
<p>ชุมชนในแคลิฟอร์เนีย<br />
ในแคลิฟอร์เนียมีคนไทยหรือคนอเมริกันเชื้อสายไทยประมาณ 2 แสนคน ซึ่งเป็นชุมชนไทยในต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุด มีไทยทาวน์ตั้งอยู่บนถนนฮอลลีวู้ด ในแคลิฟอร์เนียยังมีสมาคม/ชมรมของคนไทย อยู่หลายสมาคม รวมทั้ง วัด คริสตจักรและมัสยิด<br />
ในนครลอสแอนเจลิส (City of Los Angeles) มีประชากรประมาณ 3.95 ล้านคน (หากรวมเขตปริมณฑลของเทศมณฑล นครลอสแอนเจลิส (Los Angeles Country) มีประชากรรวมประมาณ 9.8 ล้านคน) และมีความหลากหลายทางเชื้อชาติมากที่สำคัญ คือ ลาตินอเมริกัน ผิวขาว เอเชี่ยน ผิวดำ อเมริกันอินเดียน<br />
ควรระมัดระวังทรัพย์สินและไม่ปล่อยไว้โดยไม่มีผู้ดูแลเนื่องจากจะเป็นการเปิดโอกาสให้มิจฉาชีพ</p>
<p>หน่วยราชการไทย<br />
เมื่อ เดือน ก.ย.48 สนง.คกก.ส่งเสรมการลงทุนได้จัดตั้ง สนง.เศรษฐกิจการลงทุน ณ นครลอสแอนเจลิส โดยตั้งอยู่ที่ชั้น 3 ของอาคาร สกญ. อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ สนง.เศรษฐกิจการลงทุนยังไม่มีหมายเลขโทรศัพท์และโทรสารของตนเอง ดังนั้น ในชั้นนี้จึงขอให้ใช้หมายเลขโทรศัพท์และโทรสารของสำนักงานส่งเสริมการค้าใน ต่างประเทศไปก่อน</p>
<p>สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส<br />
รับผิดชอบ 8 มลรัฐทางฝั่งตะวันตก คือ อลาสก้า แอริโซน่า แคลิฟอร์เนีย ไอดาโฮ เนวาด้า โอเรกอน ยูทาห์ และวอชิงตัน</p>
<p>สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ<br />
โทรศัพท์ (1-323) 466-9645 โทรสาร (1-323) 466-1559<br />
E-mail : rtcla@earthlink.net</p>
<p>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย<br />
โทรศัพท์ (1-323) 461-9814 โทรสาร (1-323) 461-9843<br />
E-mail : tatla@ix.netcom.com</p>
<p>บริษัทการบินไทย จำกัด ลอสแอนเจลิส<br />
โทรศัพท์ (1-310) 640-0097 โทรสาร (1-310) 322-8657</p>
<p>ธนาคารกรุงไทย จำกัด<br />
โทรศัพท์ (213) 488-9897 โทรสาร (213) 891-0734</p>
<p>ธนาคารกสิกรไทย จำกัด<br />
โทรศัพท์ (213) 680-9331 โทรสาร (213) 620-9362</p>
<p>หน่วยงานสหรัฐฯ ที่ควรทราบ<br />
California Trade &amp; Commerce Agency, Sacramento :<br />
โทรศัพท์ (1-916) 324-5511 โทรสาร (1-916) 322-3401<br />
กรณีต้องการติดต่อด้านการค้าและการลงทุน</p>
<p>Immigration and Naturalization Services, Los Angeles<br />
โทรศัพท์ (1-800) 375-5283<br />
กรณีต้องการติดต่อด้านการตรวจคนเข้าเมือง การต่ออายุ/การเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา การโอนสัญชาติ</p>
<p>กรณีฉุกเฉิน ตำรวจ เจ้าหน้าที่ดับเพลิง รถพยาบาล โทร 911</p>
<p>หากท่านจะอยู่อาศัยในประเทศสหรัฐอเมริกา<br />
เป็นระยะเวลานาน โปรดแจ้งชื่อ และที่อยู่<br />
ต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ/สถานกงสุลฯ เพื่อประโยชน์ในการติดต่อ<br />
หรือให้ความช่วยเหลือในกรณีจำเป็น     สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส<br />
Royal Thai Consulate General,<br />
611 North Larchmont Boulevard,<br />
2nd Floor, Los Angeles, CA 90004<br />
โทรศัพท์ (1-323) 962-9574-77<br />
โทรสาร (1-323) 962-2128<br />
E-mail : thai-la@mindspring.com<br />
Website : http://www.thai-la.net/<br />
เวลาทำการ 09.00-12.00 น. และ 13.00-16.00 น.<br />
จันทร์-ศุกร์ ยกเว้นวันหยุดที่สำคัญของไทยและสหรัฐฯ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tourtriptravel.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%aa%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%aa%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประเทศสเปน</title>
		<link>http://www.tourtriptravel.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%99/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%99.html</link>
		<comments>http://www.tourtriptravel.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%99/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%99.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 19 Aug 2009 18:37:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้ก่อนเดินทาง]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศสเปน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tourtriptravel.com/?p=179</guid>
		<description><![CDATA[สาระน่ารู้เกี่ยวกับ ประเทศสเปน
ประเทศสเปน : กรุงมาดริด
ข้อมูลเบื้องต้น : กรุงมาดริด
พื้นที่     504,750 ตารางกิโลเมตร
ความยาวชายทะเล     4,964 กิโลเมตร
ประชากร     43 ล้านคน
เมืองหลวง     กรุงมาดริด
อากาศ     มาดริดตั้งอยู่บนที่ราบสูง อากาศแห้งแล้ง โดยเฉลี่ยอุณหภูมิประมาณ 0-10 องศาเซลเซียสในฤดูหนาว และ 25-35 องศาเซลเซียสในฤดูร้อน
ภาษา     ภาษาสเปน
ศาสนา     ร้อยละ 95 นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาธอลิก
สกุลเงิน     เปเซตา
อัตราแลกเปลี่ยน     ยูโร อัตราแลกเปลี่ยน 1 ยูโร : 50 บาท(โดยประมาณ )
การเข้าเมือง
ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยจะต้องขอรับการตรวจลงตรา (วีซ่า) ที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของการเดินทาง ก่อนเดินทางไปประเทศสเปน
สิ่งที่ควรทราบ
* สเปนเป็นประเทศที่มีภูมิอากาศดี มีแหล่งอารยธรรมและวัฒนธรรมหลากหลายเหมาะสมกับการท่องเที่ยวจึงมีนักท่อง เที่ยว ปีละกว่า 50 ล้านคน ดังนั้น จึงมีมิจฉาชีพในรูปแบบต่าง ๆ
* [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สาระน่ารู้เกี่ยวกับ <span><span style="font-weight: normal; font-size: 10pt; font-style: normal; font-family: Tahoma; font-variant: normal;"><span style="font-size: x-small;">ประเทศสเปน<span id="more-179"></span></span></span></span></p>
<p>ประเทศสเปน : กรุงมาดริด</p>
<p>ข้อมูลเบื้องต้น : กรุงมาดริด<br />
พื้นที่     504,750 ตารางกิโลเมตร<br />
ความยาวชายทะเล     4,964 กิโลเมตร<br />
ประชากร     43 ล้านคน<br />
เมืองหลวง     กรุงมาดริด<br />
อากาศ     มาดริดตั้งอยู่บนที่ราบสูง อากาศแห้งแล้ง โดยเฉลี่ยอุณหภูมิประมาณ 0-10 องศาเซลเซียสในฤดูหนาว และ 25-35 องศาเซลเซียสในฤดูร้อน<br />
ภาษา     ภาษาสเปน<br />
ศาสนา     ร้อยละ 95 นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาธอลิก<br />
สกุลเงิน     เปเซตา<br />
อัตราแลกเปลี่ยน     ยูโร อัตราแลกเปลี่ยน 1 ยูโร : 50 บาท(โดยประมาณ )</p>
<p>การเข้าเมือง<br />
ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยจะต้องขอรับการตรวจลงตรา (วีซ่า) ที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของการเดินทาง ก่อนเดินทางไปประเทศสเปน</p>
<p>สิ่งที่ควรทราบ</p>
<p>* สเปนเป็นประเทศที่มีภูมิอากาศดี มีแหล่งอารยธรรมและวัฒนธรรมหลากหลายเหมาะสมกับการท่องเที่ยวจึงมีนักท่อง เที่ยว ปีละกว่า 50 ล้านคน ดังนั้น จึงมีมิจฉาชีพในรูปแบบต่าง ๆ<br />
* ในสถานที่ท่องเที่ยวต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในการเก็บรักษาเอกสารประจำตัวและทรัพย์สิน<br />
* ในกรณีที่หนังสือเดินทางสูญหาย จะต้องแจ้งความที่สถานีตำรวจ และนำใบแจ้งความไปออกเอกสารเดินทางที่สถานเอกอัครราชทูต<br />
* นักเรียนที่ประสงค์จะใช้เวลาเรียนนานเกินกว่าอายุวีซ่า นักท่องเที่ยว จะต้องขอรับวีซ่าที่เหมาะสมจากสถานทูตสเปนที่กรุงเทพฯ ก่อนเดินทาง รายละเอียดเกี่ยวกับการศึกษาและสถานที่ศึกษาสามารถขอรับได้จากสถานทูตสเปนใน กรุงเทพฯ หรือจากสถานทูตไทยในกรุงมาดริด<br />
* ในประเทศสเปนมีคนไทยอาศัยอยู่ประมาณ 700 คน<br />
* ท่าอากาศยาน ณ กรุงมาดริด คือ Barajas อยู่ห่างประมาณ 20 นาที โดยรถยนต์จากใจกลางเมือง และมีบริการแท็กซี่มิเตอร์เป็นพาหนะที่สะดวกที่สุด<br />
* โรงแรมในสเปนแบ่งระดับจากหนึ่งถึงห้าดาว โดยมีอัตราราคาที่แตกต่างกัน<br />
* ชาวสเปนรับประทานอาหารสายมาก หากเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ และเป็นประเพณีที่จะให้เงินค่าบริการ (tip) ในอัตราร้อยละ 5-7 ของค่าอาหารตามภัตตาคาร</p>
<p>หน่วยราชการไทย</p>
<p>Office of the Naval Attache (สำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารเรือ)<br />
Calle Joaquin Costa, 29 28002 Madrid<br />
โทรศัพท์ (3491) 411 4285<br />
โทรสาร (3491) 564 4513</p>
<p>Office of Commercial Affairs (สำนักงานฝ่ายการค้า)<br />
Calle del Segre, 29-2A 28002 Madrid<br />
โทรศัพท์ (3491) 563 0190, 563 0196<br />
โทรสาร (3491) 563 8090;<br />
E-mail : thaicorn@ntserver.codeinf.com</p>
<p>Office of Thai Airways<br />
C/Principe de vergara, 185-1 28002 Madrid<br />
โทรศัพท์ (3491) 782 0520<br />
โทรสาร (3491) 564 5620</p>
<p>Airport<br />
โทรศัพท์ (3491) 305 8647<br />
โทรสาร (3491) 305 6166</p>
<p>Thai Cargo<br />
โทรศัพท์ (3491) 329 3000<br />
โทรสาร (3491) 329 1872</p>
<p>กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ที่อยู่ในเขตอาณาของสถานเอกอัครราชทูตฯ<br />
MR.JAIME SABATE HERCE<br />
Honorary Consul General<br />
(กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ประจำนครบาร์เซโลนา)<br />
Avenida Diagonal, 339 bis 4-1A 08037 Barcelona<br />
โทรศัพท์ (3493) 458 1461<br />
โทรสาร (3493) 458 1461</p>
<p>กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ประจำหมู่เกาะคานารี<br />
MR.WOLFGANG KIESSLING<br />
Honorary Consul-General</p>
<p>Loro Parque Bencomo s/n 38400 Puerto de la Cruz Tenerife<br />
โทรศัพท์ (34922) 373 841 374081<br />
Movil  (34922) 908646 062<br />
โทรสาร (34922) 375021</p>
<p>หากท่านจะอยู่อาศัยในประเทศสเปน<br />
เป็นระยะเวลานาน โปรดแจ้งชื่อ และที่อยู่<br />
ต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อประโยชน์ในการติดต่อ<br />
หรือให้ความช่วยเหลือในกรณีจำเป็น     สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมาดริด<br />
(Royal Thai Embassy)<br />
Calle Joaquin Costa, 29<br />
28002 Madrid<br />
โทรศัพท์ (3491) 563-2903, 563-7959<br />
โทรสาร (3491) 564-0033, 562-4182, 564-8756<br />
E-mail : madthai@temb.e.telefonica.net</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tourtriptravel.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%99/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%99.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประเทศลาว</title>
		<link>http://www.tourtriptravel.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7.html</link>
		<comments>http://www.tourtriptravel.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 19 Aug 2009 18:36:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้ก่อนเดินทาง]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศลาว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tourtriptravel.com/?p=177</guid>
		<description><![CDATA[สาระน่ารู้เกี่ยวกับ ประเทศลาว
ประเทศลาว
เวียงจันทร์ &#124; สะหวันนะเขต
ข้อมูลเบื้องต้น : เวียงจันทร์
ชื่อประเทศเป็นทางการ
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป. ลาว)
ประธานประเทศ
ฯพณฯ คำไต สีพันดอน
นายกรัฐมนตรี
ฯพณฯ บุนยัง วอละจิด
พื้นที่
236,800 ตร.กม. แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 16 แขวง (จังหวัด) และ 2 เขตการปกครองพิเศษ (นครหลวงเวียงจันทน์ และเขตพิเศษไซสมบูน)
เมืองหลวง
นครเวียงจันทน์ (เป็นเขตเมืองหลวงเหมือน กทม. ส่วนแขวงเวียงจันทน์เป็นอีกแขวงหนึ่งที่อยู่ติดกับนครหลวงเวียงจันทน์)
ลักษณะภูมิประเทศ
พื้นที่ ประมาณ 7,000 ตร.กม. เป็นภูเขาและที่ราบสูง ประมาณ 9 ใน 10 ของพื้นที่ทั้งหมด โดยพื้นที่ราบจะอยู่ทางฝั่งทิศตะวันตก ด้านตะวันออกเป็นแนวภูเขายาวตั้งแต่เหนือจรดใต้ จากภูมิประเทศเช่นนี้ทำให้ สปป.ลาว มีแม่น้ำที่เกิดจากแนวภูเขาด้านทิศตะวันออกเป็นจำนวนมาก แม่น้ำเหล่านี้จะไหลผ่านป่าเขาลำเนาไพร ลงมาสู่พื้นที่ราบทางทิศตะวันตก และไหลลงแม่น้ำหลัก สำคัญที่สุดซึ่งถือเป็นหัวใจหล่อเลี้ยงประเทศ คือ แม่น้ำโขง(ไหลผ่านลาว 1,865 กม.)
ภูมิอากาศ
อุณหภูมิเฉลี่ย 29-33 องศา ต่ำสุด 10 องศา
ปริมาณฝนตกเฉลี่ย 1,715 มม.ต่อปี ความชื้น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สาระน่ารู้เกี่ยวกับ <span><span style="font-weight: normal; font-size: 10pt; font-style: normal; font-family: Tahoma; font-variant: normal;"><span style="font-size: x-small;">ประเทศลาว<span id="more-177"></span></span></span></span></p>
<p>ประเทศลาว</p>
<p>เวียงจันทร์ | สะหวันนะเขต<br />
ข้อมูลเบื้องต้น : เวียงจันทร์</p>
<p>ชื่อประเทศเป็นทางการ<br />
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป. ลาว)</p>
<p>ประธานประเทศ<br />
ฯพณฯ คำไต สีพันดอน</p>
<p>นายกรัฐมนตรี<br />
ฯพณฯ บุนยัง วอละจิด</p>
<p>พื้นที่<br />
236,800 ตร.กม. แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 16 แขวง (จังหวัด) และ 2 เขตการปกครองพิเศษ (นครหลวงเวียงจันทน์ และเขตพิเศษไซสมบูน)</p>
<p>เมืองหลวง<br />
นครเวียงจันทน์ (เป็นเขตเมืองหลวงเหมือน กทม. ส่วนแขวงเวียงจันทน์เป็นอีกแขวงหนึ่งที่อยู่ติดกับนครหลวงเวียงจันทน์)</p>
<p>ลักษณะภูมิประเทศ<br />
พื้นที่ ประมาณ 7,000 ตร.กม. เป็นภูเขาและที่ราบสูง ประมาณ 9 ใน 10 ของพื้นที่ทั้งหมด โดยพื้นที่ราบจะอยู่ทางฝั่งทิศตะวันตก ด้านตะวันออกเป็นแนวภูเขายาวตั้งแต่เหนือจรดใต้ จากภูมิประเทศเช่นนี้ทำให้ สปป.ลาว มีแม่น้ำที่เกิดจากแนวภูเขาด้านทิศตะวันออกเป็นจำนวนมาก แม่น้ำเหล่านี้จะไหลผ่านป่าเขาลำเนาไพร ลงมาสู่พื้นที่ราบทางทิศตะวันตก และไหลลงแม่น้ำหลัก สำคัญที่สุดซึ่งถือเป็นหัวใจหล่อเลี้ยงประเทศ คือ แม่น้ำโขง(ไหลผ่านลาว 1,865 กม.)</p>
<p>ภูมิอากาศ<br />
อุณหภูมิเฉลี่ย 29-33 องศา ต่ำสุด 10 องศา<br />
ปริมาณฝนตกเฉลี่ย 1,715 มม.ต่อปี ความชื้น 70-80 %</p>
<p>ภาษา<br />
ภาษาลาว</p>
<p>หน่วยเงิน<br />
กีบ อัตราแลกเปลี่ยน 1 บาท เท่ากับ 266 กีบ (26 ต.ค.2548)</p>
<p>ประชากร (2548)<br />
5,609,997 ล้านคน</p>
<p>ศาสนา (2548)<br />
พุทธร้อยละ 85 บูชาผีสาง/เทวดาและอื่นๆ ร้อยละ15</p>
<p>การเข้าเมือง</p>
<p>บุคคล สัญชาติไทยที่มีจุดประสงค์เดินทางเข้าไปท่องเที่ยวใน สปป.ลาว. สามารถใช้หนังสือเดินทาง (ที่อายุการใช้งานเหลืออยู่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน) เดินทางเข้า สปป.ลาว โดยไม่ต้องขอวีซ่า ได้ไม่เกิน 30 วัน และในกรณี่ที่ประสงค์จะพำนักเกิน 30 วัน จะต้องขอวีซ่าจากสถานทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ของลาวซึ่งตั้งอยู่ในประเทศไทยโดย เสียค่าธรรมเนียม 600 บาท ในกรณีที่ต้องเดินทางเร่งด่วนและมิได้ขอวีซ่าจากสถานทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ ลาว สามารถขอวีซ่าประเภท Visa on Arrival ที่ด่านสากลลาวได้</p>
<p>การเดินทางโดยใช้บัตรผ่านแดน (Border Pass)<br />
ท่านสามารถทำบัตรผ่านแดนเข้า สปป.ลาวได้ที่ศาลากลางจังหวัดต่างๆ ของไทยที่มีจุดผ่านแดนถาวร (ด่านสากล) ตามชายแดนติดต่อกับ สปป.ลาว โดยใช้หลักฐานคือ บัตรประจำตัวประชาชนพร้อมสำเนาและรูปถ่าย 2 ใบ เสียค่าธรรมเนียม 40 บาท โดยสามารถพำนักที่ สปป.ลาวได้ 3 วัน(2คืน) และเมื่อเดินทางเข้า สปป.ลาว จะสามารถเดินทางได้ในขอบเขตที่ทางการลาวกำหนด เช่น หากเดินทางจากจังหวัดหนองคายไปนครหลวงเวียงจันทน์โดยใช้บัตรผ่านแดนห้ามเดิน ทางออกนอกเขตนครหลวงเวียงจันทน์ เป็นต้น</p>
<p>สถานที่ท่องเที่ยว</p>
<p>นครหลวงเวียงจันทน์<br />
นคร หลวงเวียงจันทน์ เป็นเมืองหลวงของประเทศลาว ก่อนหน้านี้เรียกว่า &#8220;กำแพงนครเวียงจันทน์&#8221; นครหลวงเวียงจันทน์มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่ง ได้แก่<br />
พระธาตุหลวง  เป็นพระธาตุใหญ่และสวยงามที่สุดในสปป.ลาว สร้างโดยช่างโบราณลาว มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรมและเป็นตัวแทนของสถาปัตยกรรมของลาว ล้านช้าง ด้านหน้ามีอนุสาวรีย์พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ประดิษฐานอยู่ ส่วนองค์พระธาตุหลวงเหลืองอร่ามดุจทองที่ปรากฏด้านหลังอนุสาวรีย์นั้น เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ในแต่ละปีจะมีงานนมัสการพระธาตุหลวงที่ยิ่งใหญ่ในคืนเพ็ญเดือน 12 ถือเป็นงานยิ่งใหญ่ระดับชาติ<br />
วัดองตื้อ  สร้างขึ้นสมัยคริสตศตวรรษที่ 16 (ค.ศ.) ภายหลังที่เจ้าไชยเชษฐาธิราชสร้างเมืองเเวียงจันทน์ 6 ปี สันนิษฐานว่าสร้างครอบวังเก่าในสมัยขอม แต่ก่อนเรียก &#8220;วัดไชยะพูม&#8221; เมื่อมีพระพุทธรูปองตื้อมาประดิษฐานที่นี้ คนทั้งหลายจึงเรียกว่า &#8220;วัดองตื้อ&#8221;<br />
วัดสีสะเกด  สร้างเมื่อ พ.ศ. 2361 (ค.ศ.1818) ตามคำสั่งของเจ้าอนุวงศ์แห่งราชอาณาจักรล้านช้าง วัดนี้ตั้งอยู่ติดกับพระราชวังหลวงด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นวัดที่มีความหมายทางประวัติศาสตร์ เนื่อจากเป็นวัดเก่าแก่ในนครหลวงเวียงจันทน์ที่ไม่ถูกทำลายจากสงคราม ลักษณะพิเศษของวัดนี้อยู่ที่ความอลังการของพระพุทธรูป 6,840 องค์ ที่ฝังอยู่ตามช่องกำแพง<br />
ประตูชัย  เป็นอนุสรณ์สถานและเป็นสัญลักษณ์ของนครหลวงเวียงจันทน์ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1962 ตั้งอยู่บนถนนล้านช้าง นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นบันไดไปบนอนุสาวรีย์เพื่อชมทิวทัศน์ของตัวเมืองนคร หลวงเวียงจันทน์ได้<br />
นอกจากนี้ยังมีสถานที่ที่น่าสนใจอื่นๆ อีก เช่น วัดสีเมือง ตลาดเช้า พิพิธภัณฑ์ไกสอนพมวิหาร เขื่อนน้ำงึม<br />
หลวงพระบาง<br />
ตั้ง อยู่ทางภาคเหนือของลาว ห่างจากนครหลวงเวียงจันทน์ 420 กิโลเมตร เป็นศูนย์กลางและเมืองหลวงแห่งอาณาจักรล้านช้าง ในช่วงศตวรรษที่ 13-16 รุ่งเรืองด้วยวัดวาอารามที่งามวิจิตร บ้านช่องได้รับอิทธิพลจากศิลปะแบบโคโลเนียล (Colonail) ของฝรั่งเศส ด้วยเหตุนี้หลวงพระบางจึงได้รับการยกย่องจาก UNESCO ให้เป็นเมืองมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ.1995 มีสถานที่ท่องเที่ยว ได้แก่ วัดเชียงของ พระธาตุจอมพูสี วัดวิซุน วัดแสนสุขาราม หอพิพิธภัณฑ์ พระราชวังเก่าหลวงพระบาง ถ้ำติ่ง น้ำตกตาดกวางสี<br />
จำปาสัก<br />
แขวง จำปาสัก เป็นหนึ่งในจำนวนศูนย์กลางทางศิลปวัฒนธรรม การเมือง เศรษฐกิจภาคใต้ของลาว ในอดีตหลายร้อยปีที่ผ่านมาเคยเป็นแขวงที่ลือชื่อในสมัยขอมโบราณ และเป็นดินแดนแห่งอาณาจักรล้านช้างที่เต็มไปด้วยศิลปวัฒนธรรมเก่าแก่ สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ ปราสาทหินวัดพู (แหล่งมรดกโลก) น้ำตกคอนพะเพ็ง น้ำตกหลี่ผี<br />
เชียงขวาง<br />
แขวง เชียงขวางตั้งอยู่ทางภาคเหนือของลาว และสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง คือ ทุ่งไหหิน อยู่ห่างจากเมืองโพนสะหวันซึ่งเป็นเมืองเอกของแขวงออกไปประมาณ 8 กิโลเมตร มีไหน้อยใหญ่ที่สร้างจากหินจำนวนมากกระจายไปทั่วเขตภูเพียง เชียงขวาง โดยไหหินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดสูงถึง 3.25 เมตร ปากกว้าง 3 เมตร<br />
สะหวันนะเขต<br />
แข วงสะหวันนะเขต เป็นแขวงที่อุดมไปด้วยศิลปวัฒนธรรม มีโบราณสถานที่เก่าแก่ บรรจุศิลปะลวดลายแบบขอม ซึ่เชื่อกันว่าสร้างในศตวรรษที่ 11 ได้แก่ หอเทวาลัย บ้านเฮือนหิน เมืองสองคอน และธาตุกู่บ้านนาคู เมืองจำพอน และที่เด่นไปกว่านั้น คือ พระธาตุฮิงฮัง วัดหนองลำจัน วัดบ้านชะคืนใต้ วัดท่าโสน วัดไชยะพูม และวัดจำพอน<br />
วังเวียง<br />
เมือง วังเวียงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของ สปป.ลาวตั้งอยู่ห่างจากนครหลวงเวียงจันทน์ไปทางทิศเหนือ 150 กม. เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงาม ถูกล้อมรอบด้วยภูเขาตั้งเรียงรายตามลำน้ำซอง สามารถล่องเรือชมธรรมชาติและยังมีถ้ำต่างๆ ให้ชมอีกมากมาย อาทิ ถ้ำจัง ถ้ำปูคำ ถ้ำนอนฯลฯ เมืองวังเวียงจึงเป็นสถานที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการพักผ่อนอย่างแท้ จริง</p>
<p>พงสาลี<br />
ตั้ง อยู่เหนือสุดของประเทศ มีอาณาเขตติดต่อกับจีน เวียดนาม เป็นแหล่งรวมของชนเผ่าต่าง ๆ มากมาย ได้แก่ ไทดำ ไทแดง เย้า ไทลือ ขมุ ฯลฯ ซึ่งแต่ละเผ่ามีภาษาและวัฒนธรรมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเครื่องแต่งกาย งานหัตถกรรม เครื่องเงินและอัญมณี ดังนั้นสิ่งที่น่าสนใจของพงสาลีจึงอยู่ที่ความแตกต่างของแต่ละชนเผ่าซึ่ง เป็นประชากรหลักของที่นี่</p>
<p>หลวงน้ำทา<br />
มี สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจหลายแห่งด้วยกัน ที่เลื่องชื่อก็คือป่าสงวนแห่งชาติน้ำฮ้า (Nam Ha) อยู่ห่างออกไปทางตะวันตกเฉียงใต้ โดยมี NBCA-National Biodiversity Conservation Area ทำหน้าที่คุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าเขตร้อนครอบคลุมถึง 99% ของพื้นที่ทั้งหมด สัตว์ป่าที่มีมากในเขตนี้ก็คือ หมาป่า เสือ เสือดาว หมี ชะนี และพันธุ์นกขนาดใหญ่ เป็นต้น</p>
<p>อุดมไชย<br />
ที่นี่ คือแหล่งรวมชนเผ่ากลุ่มเล็กกลุ่มน้อยถึง 23 เผ่า เช่น ม้ง อีก้อ ขมุ การเดินทางมาเที่ยวอุดมไชย นักท่องเที่ยวจะได้พบกับการต้อนรับด้วยประเพณีท้องถิ่นดั้งเดิมที่แต่ละเผ่า รักษาไว้มานานกว่า 2,000 ปี และนี่เองที่เป็นสีสันของการมาแขวงอุดมไชย</p>
<p>บ่อแก้ว<br />
&#8221; บ่อแก้ว &#8221; หมายถึง ดินแดนแห่งเมืองบ่อพลอย อัญมณี หรือที่ชาวลาวเรียกว่า &#8220;แก้วประเสริฐ&#8221; เหตุ เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ของบ่อแก้วอุดมด้วยแร่ธาตุสำคัญไม่ว่าจะเป็น ทอง แร่อัญมณีต่าง ๆ อันเป็นแหล่งสร้างรายได้แก่รัฐและชาวเมืองบ่อแก้วมาจนบัดนี้</p>
<p>หน่วยราชการไทย</p>
<p>สำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร<br />
เลขที่ 028 หน่วย 03 บ้านสีสังวอน เมืองไซเสดถา<br />
นครหลวงเวียงจันทน์<br />
โทรศัพท์ : (856-21) 450 038                      โทรสาร : (856-21) 415 810</p>
<p>สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ<br />
ถนนโพนเค็ง (ฝั่งตรงข้ามสถานเอกอัครราชทูตฯ) เมืองจันทะบูลี นครหลวงเวียงจันทน์<br />
โทรศัพท์ : (856-21) 413-704                       โทรสาร : (856-21) 412-098</p>
<p>บริษัทการบินไทย (มหาชน) จำกัด<br />
70/101-103 บ้านขุนตาทุ่ง นครหลวงเวียงจันทน์<br />
โทรศัพท์ : (856-21) 222-527-9, 251-041<br />
โทรสาร : (856-21) 216-143, 250-801</p>
<p>หากท่านจะอยู่อาศัยในประเทศลาว<br />
เป็นระยะเวลานาน โปรดแจ้งชื่อ และที่อยู่<br />
ต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อประโยชน์ในการติดต่อ<br />
หรือให้ความช่วยเหลือในกรณีจำเป็น     สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์<br />
(Royal Thai Embassy)<br />
ถนนโพนเค็ง เมืองจันทะบูลี นครหลวงเวียงจันทน์<br />
โทรศัพท์ (856-21) 214-581-3, 214-585 , (02) 575 0512-3<br />
โทรสาร (856-21) 214-580 , (02) 575 0510<br />
E-mail : thaivie@mfa.go.th</p>
<p>สำนักงานฝ่ายกงสุล<br />
Consular Section</p>
<p>ถนนธาตุหลวง เมืองไซเสดถา นครหลวงเวียงจันทน์<br />
โทรศัพท์ (856-21) 900 238 ,415 335<br />
โทรสาร (856-21) 415 336</p>
<p>สถานกงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต<br />
Royal Thai Consulate General<br />
ถนนกุวอละวง เมืองคันทะบูลี แขวงสะหวันนะเขต<br />
โทรศัพท์ (856-41) 212 373<br />
โทรสาร (856-41) 212 370</p>
<p>กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ โทรศัพท์ 0 2575 1046-51โทรสาร 0 2575 1052</p>
<p>ประเทศลาว</p>
<p>เวียงจันทร์ | สะหวันนะเขต<br />
ข้อมูลเบื้องต้น : สะหวันนะเขต</p>
<p>ที่ตั้ง</p>
<p>พื้นที่</p>
<p>ทิศเหนือ ติดกับแขวงคำม่วน<br />
ทิศตะวันออก ติดกับจังหวัดกวางจิและกวางบินของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม<br />
ทิศใต้ ติดกับแขวงสาละวัน<br />
ทิศตะวันตก ติดกับจังหวัดมุกดาหาร นครพนม อำนาจเจริญ และอุบลราชธานีของไทย โดยมีแม่น้ำโขงเป็นเขตแดน<br />
21,774 ตารางกิโลเมตร (ที่ราบร้อยละ 59 เนินเขาและภูเขาร้อยละ 49) ประกอบด้วย 15 เมือง ได้แก่ คันทะบูลี อุทุมพอน อาดสะพังทอง พิมเซโปน นอง วีละบูลี สองคอน จำพอน ท่าปางทอง ชนบูลี ไซบูลี อาดสะพอน ไซพูทอง และพะลานไซ</p>
<p>การปกครอง     เจ้าแขวง &#8211; ท่านวิไลวัน พมเข   รองเจ้าแขวง &#8211; ท่านสุกกะเสิม โพทิสาน<br />
จำนวนประชากร     ประมาณ 800,000 คน<br />
จำนวนชนเผ่า     11 ชนเผ่า คือ ลาวลุ่ม ผู้ไท ไทดำ กะตาง มังกอง จาลือ ละวา ลาวส่วย ปาโกะ กะเลิง และ ตะโอ้ย<br />
ศักยภาพทางเศรษฐกิจ      กสิกรรม ได้แก่ ข้าว ข้าวโพด ฝ้าย ไม้ยูคาลิปตัส ยาสูบ อ้อย ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่วลิสง ละหุ่ง มันสำปะหลัง กระเทียม อ้อย  ปศุสัตว์ ได้แก่  วัว  แร่ธาตุ ได้แก่ หินอ่อน หินแกรนิต แร่ลิกไนต์ แร่เหล็ก ทองคำ ทองแดง ยิปซัม<br />
ประเทศที่มาลงทุน     มีทั้งหมด 11 ประเทศ คือ ไทย จีน ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เวียดนาม สิงคโปร์ ฟินแลนด์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน และมาเลเซีย (ไทยเป็นประเทศที่ลงทุนรายใหญ่ที่สุด)<br />
พืชผลทางการเกษตรที่สำคัญ     ข้าว ข้าวโพด ยาสูบ ถั่วเขียว ถั่วเหลือง แตงโม แตงกวา ถั่วลิสง ฝ้าย เผือก มัน กระเทียม พริก อ้อย<br />
สินค้าส่งออก     ไม้ และผลิตภัณฑ์จากไม้ ยิปซั่ม เครื่องนุ่งห่ม ของป่า<br />
รายได้ต่อหัว     ประมาณ 400 ดอลลาร์สหรัฐต่อคนต่อปี<br />
อัตราแลกเปลี่ยน     265 กีบต่อ 1 บาท (พฤศจิกายน 2548)</p>
<p>จุดเด่นของแขวงสะหวันนะเขต</p>
<p>* ตั้งอยู่จุดกึ่งกลางระหว่างจังหวัดมุกดาหารกับจังหวัด กวางจิของเวียดนาม ที่เชื่อมโยงไปเว้ และดานัง เป็นจุดเชื่อมเส้นทางคมนาคมทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ<br />
*<br />
เป็นจุดก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขง ระหว่างประเทศแห่งที่ 2 (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต) เป็นจุดเชื่อมระหว่างไทยและเวียดนามผ่านทางเส้นทางหมายเลข 9<br />
*<br />
รัฐบาล สปป.ลาว ประกาศโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษ &#8220;สะหวัน-เซโน&#8221; เป็นเขตส่งเสริมการลงทุนแห่งแรกในลาว<br />
*<br />
เป็น1 ใน 4 แขวง(นครหลวงเวียงจันทน์ แขวงหลวงพระบาง แขวงจำปาสัก) ที่เจ้าแขวงมีอำนาจอนุมัติโครงการลงทุนในแขวงที่มีมูลค่าไม่เกิน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไม่ต้องรับความเห็นชอบจากส่วนกลาง (เฉพาะในโครงการที่รัฐบาลลาวส่งเสริม เช่น การก่อสร้าง การขุดค้นทรัพยากร) ส่วนแขวงอื่นๆ สามารถอนุมัติโครงการลงทุนได้เองไม่เกิน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ</p>
<p>เส้นทางคมนาคม</p>
<p>ทางบก<br />
เป็น จุดเชื่อมต่ออยู่บนถนนสายหลัก 2 สาย คือ ถนนหมายเลข 13 ซึ่งเชื่อมภาคเหนือกับภาคใต้ของลาว และถนนหมายเลข 9 ซึ่งเชื่อมต่อกับถนนหมายเลข 13 ออกไปทางชายแดนด้านตะวันออก เชื่อมต่อกับจังหวัดกวางจิ และท่าเรือดานังของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม</p>
<p>ทางน้ำ<br />
มีเส้นทางเดินเรือตามลำน้ำโขง ระหว่างเวียงจันทน์ &#8211; สะหวันนะเขต สามารถใช้เรือที่มีระวางบรรทุก 70 &#8211; 140 ตัน</p>
<p>ทางอากาศ<br />
มี สนามบินภายในประเทศ 1 แห่ง (ปัจจุบัน หยุดทำการชั่วคราวเนื่องจากไม่มีผู้โดยสารเพียงพอ) แต่เดิมมีเที่ยวบินระหว่างนครหลวงเวียงจันทน์-สะหวันนะเขต สัปดาห์ละ 7 เที่ยวบิน อนึ่ง ขณะนี้รัฐบาลลาวกำลังอยู่ในระหว่างการเจรจากับรัฐบาลญี่ปุ่น (JICA) และรัฐบาลไทยเพื่อขอทุนสนับสนุนการปรับปรุงสนามบินสะหวันนะเขตให้เป็นสนาม บินระหว่างประเทศ และให้เป็นสนามบินร่วมไทย-ลาว (ลักษณะเดียวกับสนามบินที่นครเจนีวา) กล่าวคือ ให้ผู้โดยสารจากประเทศไทยใช้บริการเหมือนกับเป็นสนามบินภายในประเทศของไทย</p>
<p>สถานที่ท่องเที่ยวในแขวงสะหวันนะเขต</p>
<p>พระธาตุอิงฮัง<br />
ตั้งอยู่ประมาณ 15 กม. ระหว่างเส้นทางสะหวันนะเขต เมืองอุทุมพอน</p>
<p>วัดหนองลำจัน<br />
สิ่งลือชื่อของวัดนี้คือ หอไตรหรือหอสมุดของสำนักวิปัสนากรรมฐานแบบดั้งเดิม</p>
<p>วัดซะคืนใต้<br />
มีความเก่าแก่เท่า ๆ กับวัดหนองลำจัน คือประมาณ 300 ปีเศษ</p>
<p>วัดแก้งกอกเหนือ</p>
<p>วัดไซยะพูม</p>
<p>การลงทุนในแขวงสะหวันนะเขต</p>
<p>* ลงทุนได้ทุกด้าน ยกเว้นกิจการที่กระทบถึงความสงบของชาติ สภาพแวดล้อม สุขภาพ วัฒนธรรม<br />
* การลงทุนของผู้มาลงทุนจะไม่ถูกยึด หรือเป็นของรัฐ ยกเว้นกรณีมีความจำเป็น ผู้ลงทุนมีสิทธิเช่าที่ดินในลาว ผู้มาลงทุนจะต้องให้สิทธิแก่พลเมืองลาวก่อนผู้อื่นในการเข้าทำงาน สามารถส่งรายได้กลับคืนประเทศ หรือไปประเทศที่สามได้โดยผ่านธนาคารลาวในอัตราแลกเปลี่ยนที่กำหนดไว้<br />
* เสียอากรกำไร ร้อยละ 20<br />
* อากรขาเข้าอุปกรณ์และเครื่องมือในการผลิตร้อยละ 1 ส่วนวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่นำเข้าเพื่อประกอบเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จ รูป ได้รับการผ่อนผันอากรขาเข้าในกรณีพิเศษที่ได้รับการตกลงจากรัฐบาล ผู้ลงทุนจะได้รับการยกเว้นอากรกำไร</p>
<p>หากท่านจะอยู่อาศัยในประเทศลาว<br />
เป็นระยะเวลานาน โปรดแจ้งชื่อ และที่อยู่<br />
ต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อประโยชน์ในการติดต่อ<br />
หรือให้ความช่วยเหลือในกรณีจำเป็น     สถานกงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต<br />
(Royal Thai Consulate-General)<br />
Nanhai Hotel, 5th Floor<br />
Latsavongseuk Road., Ban Sounantha<br />
Khanthabouly District Savannakhet Province<br />
P.O. Box 459, Lao P.D.R.<br />
Tel. 09-712-7872/ (007-856-41) 212-373 (Direct Line)<br />
Fax : (007-856-41) 212-370<br />
E-mail: thaisvk@mfa.go.th</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tourtriptravel.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประเทศเยอรมันนี</title>
		<link>http://www.tourtriptravel.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b5/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b5.html</link>
		<comments>http://www.tourtriptravel.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b5/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b5.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 19 Aug 2009 18:36:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้ก่อนเดินทาง]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศเยอรมันนี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tourtriptravel.com/?p=175</guid>
		<description><![CDATA[สาระน่ารู้เกี่ยวกับ ประเทศเยอรมันนี 
ประเทศเยอรมันนี : กรุงเบอร์ลิน
ข้อมูลเบื้องต้น : กรุงเบอร์ลิน
ชื่อทางการ     สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี
เมืองหลวง     เบอร์ลิน
ประชากร     82.4 ล้านคน
ภาษา     เยอรมัน
ศาสนา     34% คริสต์นิกายโปรแตสแตนท์ 34% คริสต์นิกายโรมันคาทอลิค 3.7% มุสลิม 28.3% ไม่นับถือศาสนาใดหรือนับถือศาสนาอื่น
สกุลเงิน     ยูโร
รหัสโทรศัพท์ นานาชาติ:     49
อากาศ     ฤดูร้อนคล้ายประเทศไทย ฤดูหนาว หนาวจัดแต่ขึ้นอยู่กับพื้นที่ด้วย ผู้ที่จะเดินทางมาเยอรมนีควรติดตามพยากรณ์อากาศเสมอ
ภาษีมูลค่าเพิ่ม      ร้อยละ 16
การเข้าเมือง
ผู้ถือ หนังสือเดินทางไทย ที่มิใช่หนังสือเดินทางราชการหรือหนังสือเดินทางทูตต้องได้รับการตรวจลงตรา หรือวีซ่า และหนังสือเดินทางนั้นต้องมีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน หากวีซ่าหมดอายุ จะต้องเดินทางออกโดยทันที มิฉะนั้น จะถูกจับและดำเนินคดีในฐานะผู้หลบหนีเข้าเมือง โดยจะถูกส่งตัวออกนอกประเทศ และชำระค่าปรับในอัตราที่สูงด้วย
หญิงไทยที่จะเดินทางมาเยอรมนีเพื่อทำการ สมรสให้ยื่นขอวีซ่ากับสถานเอกอัครราชทูตเยอรมันประจำประเทศไทย โดยระบุวัตถุประสงค์ว่า มาแต่งงาน หากมาท่องเที่ยว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สาระน่ารู้เกี่ยวกับ <span><span style="font-weight: normal; font-size: 10pt; font-style: normal; font-family: Tahoma; font-variant: normal;"><span style="font-size: x-small;">ประเทศเยอรมันนี <span id="more-175"></span></span></span></span></p>
<p>ประเทศเยอรมันนี : กรุงเบอร์ลิน</p>
<p>ข้อมูลเบื้องต้น : กรุงเบอร์ลิน<br />
ชื่อทางการ     สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี<br />
เมืองหลวง     เบอร์ลิน<br />
ประชากร     82.4 ล้านคน<br />
ภาษา     เยอรมัน<br />
ศาสนา     34% คริสต์นิกายโปรแตสแตนท์ 34% คริสต์นิกายโรมันคาทอลิค 3.7% มุสลิม 28.3% ไม่นับถือศาสนาใดหรือนับถือศาสนาอื่น<br />
สกุลเงิน     ยูโร<br />
รหัสโทรศัพท์ นานาชาติ:     49<br />
อากาศ     ฤดูร้อนคล้ายประเทศไทย ฤดูหนาว หนาวจัดแต่ขึ้นอยู่กับพื้นที่ด้วย ผู้ที่จะเดินทางมาเยอรมนีควรติดตามพยากรณ์อากาศเสมอ<br />
ภาษีมูลค่าเพิ่ม      ร้อยละ 16</p>
<p>การเข้าเมือง<br />
ผู้ถือ หนังสือเดินทางไทย ที่มิใช่หนังสือเดินทางราชการหรือหนังสือเดินทางทูตต้องได้รับการตรวจลงตรา หรือวีซ่า และหนังสือเดินทางนั้นต้องมีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน หากวีซ่าหมดอายุ จะต้องเดินทางออกโดยทันที มิฉะนั้น จะถูกจับและดำเนินคดีในฐานะผู้หลบหนีเข้าเมือง โดยจะถูกส่งตัวออกนอกประเทศ และชำระค่าปรับในอัตราที่สูงด้วย</p>
<p>หญิงไทยที่จะเดินทางมาเยอรมนีเพื่อทำการ สมรสให้ยื่นขอวีซ่ากับสถานเอกอัครราชทูตเยอรมันประจำประเทศไทย โดยระบุวัตถุประสงค์ว่า มาแต่งงาน หากมาท่องเที่ยว ให้ระบุวัตถุประสงค์ว่ามาท่องเที่ยวเพราะผู้ถือวีซ่าประเภทท่องเที่ยวจะมา แต่งงานในเยอรมันไม่ได้</p>
<p>หญิงไทยต้องระมัดระวังการถูกชักจูง โดยขบวนการหลอกลวงผู้หญิงไทยมาขายบริการ โดยใช้วิธีการจ้างชายไทยที่มีวีซ่าถาวร หรือชาวเยอรมันแต่งงานด้วยเพื่อจะได้พำนักอยู่ได้อย่างถูกต้อง และเมื่อมีสิทธิพำนักอยู่ในเยอรมันจะถูกบังคับให้ทำงานขายบริการ โดยรายได้ส่วนใหญ่จะถูกหักเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ จนหญิงไทยแทบไม่เหลือรายได้</p>
<p>ศุลกากร</p>
<p>* สามารถจะนำเงินหรืออื่นๆ ที่ใช้แทนเงินสดเข้าเยอรมนีได้โดยมีมูลค่าไม่เกิน 15,000 ยูโร<br />
* ของขวัญ อาหารไม่ต้องเสียภาษี หากนำเข้าในปริมาณที่เหมาะสม และเป็นไปเพื่อการบริโภคโดยส่วนตัว<br />
* การนำเข้าเหล้า บุหรี่ น้ำหอม จากประเทศในกลุ่ม EU เป็นไปโดยเสรี แต่อาจจะต้องพิสูจน์ว่านำมาเพื่อใช้บริโภคส่วนตัว</p>
<p>คนไทยในเยอรมนี<br />
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2547 คนไทยที่มีถิ่นพำนักอยู่อย่างถูกต้อง มีจำนวน 50,000 คน ประมาณว่าคนไทยที่อยู่ในเยอรมนี ทั้งถูกและผิดกฎหมายรวมไม่ต่ำกว่า 70,000 คน อาหารไทยเป็นที่นิยมของชาวเยอรมัน จึงมีร้านอาหารไทยตั้งอยู่ตามเมืองใหญ่ทุกเมือง อาทิ ในเบอร์ลินมีประมาณ 80-100 ร้าน</p>
<p>การเช่าบ้าน<br />
ส่วนมากบ้าน พักหรืออพาร์ทเม้นท์ในเยอรมนีจะไม่มีเครื่องเรือนติดมาด้วย การหาบ้านพักอาจจะทำได้ทั้งโดยผ่านนายหน้า (คิดค่านายหน้าในอัตรา 2-3 เดือนของค่าเช่า) และหาจากหนังสือพิมพ์</p>
<p>ไฟฟ้า<br />
ระบบโทรทัศน์และวีดีโอ ระบบ PAL 220 โวลท์ ปลั๊กไฟเป็นระบบกลมสองขา ถ้าติดตั้งดาวเทียมสามารถรับสัญญาณภาพจากสถานีโทรทัศน์ช่องห้าได้</p>
<p>โทรศัพท์<br />
มี ทั้งระบบหยอดเหรียญและใช้บัตร การโทรศัพท์มายังประเทศไทย ให้หมุนเลข 0066+รหัสจังหวัดของไทย โทรศัพท์มือถือ ปัจจุบันเป็นที่แพร่หลายมาก และมีบริษัทที่ให้บริการและข้อเสนอเกี่ยวกับการบริการมากมาย ขึ้นอยู่กับความต้องการและระยะเวลาที่จะใช้</p>
<p>โทรศัพท์มือถือ ค่าเช่าเครื่องครั้งแรก 1-25 มาร์ก และจ่ายค่าบริการเดือนละ 20-30 มาร์กหรือ ใช้การซื้อเด็ดขาดพร้อมการ์ด หากการ์ดหมดก็ซื้อมาเติมโทรศัพท์มือถือต่อไป</p>
<p>การคมนาคม</p>
<p>* ทางอากาศ ราคา ค่าตั๋วบินภายในประเทศแพงมาก อย่างไรก็ตามในปัจจุบัน มีสายการบินต้นทุนต่ำให้บริการมากมาย ราคาค่าตั๋วของสายการบินเหล่านี้ขึ้นอยู่กับว่า ซื้อตั๋วก่อนล่วงหน้าการเดินทางนานเท่าใด โดยสามารถกระทำได้ทางอินเตอร์เน็ต<br />
* ทางรถยนต์ ทางด่วนมีความสะดวกมาก และเชื่อมเมืองต่าง ๆ ทั่วประเทศและไม่คิดค่าผ่านทาง<br />
* ทางรถไฟ สะดวก และรวดเร็วกว่ารถยนต์ อัตราค่าโดยสารรถไฟชั้นสอง ราคาอย่างถูกที่สุดอยู่ที่ประมาณ 111 ยูโร แต่ปัจจุบันสามารถซื้อตั๋วรถไฟได้ในราคาที่ถูกและเหมาะสม โดยต้องซื้อตั๋วล่วงหน้าก่อนการเดินทางอย่างน้อย 3 วัน</p>
<p>ส่วนราชการไทย<br />
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเบอร์ลิน<br />
โทรศัพท์ (030) 80 500 40 โทรสาร (030) 80 500 451</p>
<p>สำนักงานสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน สาขาบอนน์<br />
Ubierstrasse 65, 53173 Bonn<br />
โทรศัพท์ (0228) 956860 โทรสาร (0228) 363702</p>
<p>สำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารและทหารอากาศ<br />
โทรศัพท์ (030) 79 481 316 โทรสาร (030)79 481 470</p>
<p>สำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารบก<br />
โทรศัพท์ (030) 79 481 314 โทรสาร (030) 79 481 422</p>
<p>สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครแฟรงเฟิร์ต<br />
โทรศัพท์ (069) 254 94 640 โทรสาร (030) 254 946 420</p>
<p>สำนักงานเศรษฐกิจการลงทุน ณ นครแฟรงเฟิร์ต<br />
โทรศัพท์ (069) 9291 230 โทรสาร (030) 9291 2320</p>
<p>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ณ นครแฟรงเฟิร์ต<br />
โทรศัพท์ (069) 1381 390 โทรสาร (069) 1381- 3950</p>
<p>บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ประจำเยอรมนี ออสเตรียและยุโรปตะวันออก<br />
โทรศัพท์ (069) 928 74 100 โทรสาร (069) 928 74 555</p>
<p>สำหรับนักศึกษา สถานที่ติดต่อ</p>
<p>สำนักงานที่ปรึกษาฝ่ายการศึกษาประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลอนดอน ดูแลเยอรมัน<br />
28 Princess Gate London SW7 1 GF, Great Britain<br />
โทร. (44 20) 758 445 38<br />
โทรสาร (44 20) 7823 9896</p>
<p>สมาคมนักเรียนไทยในเยอรมนีในพระบรมราชูปถัมภ์<br />
ที่อยู่เดียวกับสถานเอกอัครราชทูตที่กรุงเบอร์ลิน แต่ให้วงเล็บว่า Thai Student-Verein in Deutschland</p>
<p>หากท่านจะอยู่อาศัยในประเทศเยอรมันนี<br />
เป็นระยะเวลานาน โปรดแจ้งชื่อ และที่อยู่<br />
ต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อประโยชน์ในการติดต่อ<br />
หรือให้ความช่วยเหลือในกรณีจำเป็น     สถานกงสุลกิตติมศักดิ์ของไทยในเยอรมนี<br />
ประจำนครแฟรงก์เฟิร์ต<br />
Kennedyalee 109 60596 Frankfurt am Main<br />
โทรศัพท์ (069) 69 86 80<br />
โทรสาร (069) 69 8682 28<br />
ประจำเมืองฮัมบูร์ก<br />
โทรศัพท์ (040) 248 39 118 โทรสาร (040) 248 39 115<br />
ประจำนครมิวนิค<br />
โทรศัพท์ (089) 168 9788 โทรสาร (089) 130 71180<br />
ประจำนครสตุตการ์ด<br />
โทรศัพท์ (0711) 226 4844 โทรสาร (0711) 226 4856<br />
ประจำนครดุสเซลดอร์ฟ<br />
โทรศัพท์ (0201) 95 97 9334โทรสาร (0201) 95 97 9445สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน<br />
Lepsiusstr.64/66 ,12163 Berlin<br />
โทรศัพท์ (030) 794810<br />
โทรสาร (030) 79481 511<br />
E-mail : thaibln@thaiembassy.de<br />
หรือฝ่ายกงสุล consular@thaiembassy.de<br />
Homepage : http://www.thaiembassy.de</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tourtriptravel.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b5/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b5.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประเทศมาเลเซีย</title>
		<link>http://www.tourtriptravel.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2.html</link>
		<comments>http://www.tourtriptravel.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 19 Aug 2009 18:35:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้ก่อนเดินทาง]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศมาเลเซีย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tourtriptravel.com/?p=173</guid>
		<description><![CDATA[สาระน่ารู้เกี่ยวกับ ประเทศมาเลเซีย 
ประเทศมาเลเซีย : กัวลาลัมเปอร์
กัวลาลัมเปอร์ : เมืองโกตาบารู : รัฐปีนัง
ข้อมูลเบื้องต้น : กัวลาลัมเปอร์
ภูมิศาสตร์     ประเทศ มาเลเซียประกอบด้วยพื้นที่ 2 ส่วนด้วยกัน คือ พื้นที่แหลมมลายู หรือมาเลเซียตะวันตก ซึ่งตอนเหนือของประเทศติดต่อกับประเทศไทย และพื้นที่บนเกาะบอเนียว (Borneo) หรือมาเลเซียตะวันออกซึ่งมีประเทศบรูไน และส่วนหนึ่งของประเทศอินโดนีเซียตั้งอยู่
พื้นที่     330,400 ตร.กม.
เมืองหลวง     กรุงกัวลาลัมเปอร์
ภูมิอากาศ     เขต ร้อนชื้น (Tropical Climate) อุณหภูมิโดยเฉลี่ย 22-36 องศาเซลเซียส ซึ่งไม่สูงนักเนื่องจากภูมิประเทศเป็นเขตป่าร้อนชื้นมีฝนตกชุกตลอดทั้งปี ฝนตกโดยเฉลี่ย 250 เซนติเมตรต่อปี
อัตราแลกเปลี่ยน     1 ดอลลาร์สหรัฐฯ เท่ากับ 3.7 ริงกิต(โดยประมาณ) และ
1 ริงกิต เท่ากับ 11 บาท (โดยประมาณ)
ศาสนา     ศาสนาประจำชาติ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สาระน่ารู้เกี่ยวกับ <span><span style="font-weight: normal; font-size: 10pt; font-style: normal; font-family: Tahoma; font-variant: normal;"><span style="font-size: x-small;">ประเทศมาเลเซีย <span id="more-173"></span></span></span></span></p>
<p>ประเทศมาเลเซีย : กัวลาลัมเปอร์</p>
<p>กัวลาลัมเปอร์ : เมืองโกตาบารู : รัฐปีนัง<br />
ข้อมูลเบื้องต้น : กัวลาลัมเปอร์</p>
<p>ภูมิศาสตร์     ประเทศ มาเลเซียประกอบด้วยพื้นที่ 2 ส่วนด้วยกัน คือ พื้นที่แหลมมลายู หรือมาเลเซียตะวันตก ซึ่งตอนเหนือของประเทศติดต่อกับประเทศไทย และพื้นที่บนเกาะบอเนียว (Borneo) หรือมาเลเซียตะวันออกซึ่งมีประเทศบรูไน และส่วนหนึ่งของประเทศอินโดนีเซียตั้งอยู่<br />
พื้นที่     330,400 ตร.กม.<br />
เมืองหลวง     กรุงกัวลาลัมเปอร์<br />
ภูมิอากาศ     เขต ร้อนชื้น (Tropical Climate) อุณหภูมิโดยเฉลี่ย 22-36 องศาเซลเซียส ซึ่งไม่สูงนักเนื่องจากภูมิประเทศเป็นเขตป่าร้อนชื้นมีฝนตกชุกตลอดทั้งปี ฝนตกโดยเฉลี่ย 250 เซนติเมตรต่อปี<br />
อัตราแลกเปลี่ยน     1 ดอลลาร์สหรัฐฯ เท่ากับ 3.7 ริงกิต(โดยประมาณ) และ<br />
1 ริงกิต เท่ากับ 11 บาท (โดยประมาณ)<br />
ศาสนา     ศาสนาประจำชาติ คือ ศาสนาอิสลาม อย่างไรก็ดี มีผู้นับถือศาสนาพุทธ คริสต์ ลัทธิเต๋า ฮินดูหรือซิกห์ อยู่ทั่วไป<br />
ภาษา     ภาษาราชการได้แก่ภาษามาเลเซีย สำหรับภาษาอื่นที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย คือ ภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะในแวดวงธุรกิจ และภาษาจีน<br />
ประชากร     มาเลเซียมีประชากรทั้งสิ้น 22 ล้านคน ประกอบด้วยหลายเชื้อชาติ เชื้อชาติหลักคือ มาเลย์ จีน และอินเดีย<br />
หนังสือเดินทาง     หนังสือ เดินทางหรือเอกสารที่ใช้แทนหนังสือเดินทางของบุคคลที่จะเดินทางไปประเทศ มาเลเซีย ต้องมีอายุเกินกว่า 6 เดือน นับจนถึงวันสุดท้ายที่มีความประสงค์จะอยู่<br />
การตรวจลงตรา     ผู้ ถือหนังสือเดินทางไทยสามารถเดินทางไปประเทศมาเลเซียเพื่อการท่องเที่ยว หรือเพื่อการติดต่อธุรกิจได้โดยไม่ต้องขอรับการตรวจลงตรา และสามารถพำนักอยู่ได้เป็นเวลา 30 วัน หากประสงค์จะอยู่เกิน 30 วัน สามารถขอรับการตรวจลงตราได้ที่<br />
สถานเอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย<br />
เลขที่ 33-35 ถนนสาทร เขตทุ่งมหาเมฆ กรุงเทพมหานคร 10120<br />
โทรศัพท์ 679-2190-9 โทรสาร 679-2208<br />
เวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ 08.30-12.00 น. และ 13.00-16.00 น.<br />
หรือ สถานกงสุลใหญ่มาเลเซีย ณ จังหวัดสงขลา<br />
เลขที่ 4 ถนนสุขุม จังหวัดสงขลา<br />
โทรศัพท์ 074-311062 โทรสาร 074-324004<br />
เวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ 08.30 &#8211; 12.00 น. และ 13.00 &#8211; 16.00 น.<br />
โรคติดต่อ     ผู้ ที่เดินทางมาจากประเทศในแถบแอฟริกาที่มีโรคติดต่อประเภทไข้เหลือง จะต้องมีหนังสือรับรองการฉีดวัคซีนแล้ว จึงจะสามารถเดินทางเข้ามาเลเซียได้<br />
ข้อควรระวัง     รัฐบาลมาเลเซียกำหนดโทษสูงสุดถึงประหารชีวิตไว้สำหรับบุคคลที่มียาเสพติดหรืออาวุธไว้ในครอบครอง</p>
<p>ประวัติศาสตร์<br />
ประเทศมาเลเซียได้รับเอกราชจากอังกฤษเมื่อปี ค.ศ. 1957 (พ.ศ. 2500) ครั้งก่อตั้งประเทศใช้ชื่อประเทศว่า &#8220;สหพันธรัฐมลายา&#8221; ต่อมาในปี ค.ศ. 1963 (พ.ศ. 2506) ได้รวมรัฐซาบาร์ (Sabah) และรัฐซาราวัค (Sarawak) บนเกาะบอเนียวเข้าด้วยกัน และเรียกชื่อเป็น &#8220;มาเลเซีย&#8221; อย่างไรก็ดี ในปี ค.ศ. 1965 (พ.ศ. 2508) สิงคโปร์ได้แยกตัวออกไปเป็นอิสระเป็นประเทศสิงคโปร์</p>
<p>ปัจจุบันประเทศมาเลเซียประกอบด้วย 13 รัฐ และ 2 สหพันธรัฐ ในจำนวนนี้ 9 รัฐ บนแหลมมลายู อยู่ภายใต้การปกครองของสุลต่าน ซึ่งทั้ง 9 จะหมุนเวียนกันขึ้นเป็นกษัตริย์คราวละ 5 ปี</p>
<p>ประเทศมาเลเซียปกครองในระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา มีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร และมีกษัตริย์เป็นประมุขของประเทศ</p>
<p>กฎระเบียบเกี่ยวกับเงินตรา</p>
<p>* ผู้เดินทางเข้าออกประเทศมาเลเซียต้องแจ้งจำนวนเงินซึ่งมีอยู่ขณะเดินทาง<br />
* ผู้ที่มีถิ่นพำนักและไม่มีถิ่นพำนักในประเทศมาเลเซีย ได้รับอนุญาตให้นำเงินมาเลเซียเข้าและออกจากประเทศได้ เป็นจำนวนไม่เกินคนละ 1,000 ริงกิต หรือประมาณ 10,000 บาทต่อครั้ง<br />
* ไม่จำกัดจำนวนเงินตราต่างประเทศที่นำเข้ามาเลเซียต่อครั้ง<br />
* ผู้มีถิ่นพำนักในมาเลเซียได้รับอนุญาตให้นำเงินตราต่างประเทศออกจากประเทศได้ต่อคนต่อครั้ง ไม่เกิน 10,000 ริงกิต<br />
* ผู้ไม่มีถิ่นพำนักในประเทศมาเลเซียได้รับอนุญาตให้นำ เงินตราต่างประเทศออกจากประเทศมาเลเซียได้ ตามจำนวนเงินไม่เกินจำนวนที่ได้แจ้งการนำเงินเข้าไว้เมื่อเดินทางเข้าประเทศ มาเลเซีย</p>
<p>หากประสงค์จะขอนำเงินเข้าหรือออกมากกว่าที่กำหนดไว้ สามารถยื่นคำร้องขออนุญาตได้ที่<br />
Director of Exchange Control Development<br />
Bank Negara Malaysia<br />
Jalan Dato&#8217;Onn<br />
50480 Kuala Lumpur<br />
Tel. 603-2916473, 2928736, 2988044<br />
ext. 8052/8094/8276<br />
Fax. 603-2937732</p>
<p>หน่วยราชการไทย</p>
<p>สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองปีนัง<br />
Royal Thai Consulate General, Penang<br />
No. 1 Jalan Tunku Abdul Rahman, 10350 Penang<br />
โทรศัพท์ (04) 226-8029<br />
เวลาทำการ วันจันทร์ &#8211; วันศุกร์<br />
09.00-12.00 น. และ 14.00-16.30 น.</p>
<p>สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองโกตาบารู<br />
Royal Thai Consulate General, Kota Bharu<br />
No. 4426 Jalan Pengkalan Chepa, 15400<br />
Kota Bharu, Kelantan<br />
โทรศัพท์ (09) 544-5266, 744-5934, 743-0640<br />
วันอาทิตย์-วันพฤหัสบดี (หยุดวันศุกร์-เสาร์)</p>
<p>สำนักงานส่งเสริมการค้าฯ<br />
(Office of Trade Promotion)<br />
206 Jalan Ampang, 50450 Kuala Lumpur<br />
โทรศัพท์ (603) 248-6573 โทรสาร (603) 248-9819</p>
<p>สำนักงานแรงงานฯ<br />
(Office of Labour Affairs)<br />
206 Jalan Ampang<br />
50450 Kuala Lumpaur<br />
โทรศัพท์ (603) 291-6004<br />
โทรสาร (603) 293-7000</p>
<p>หากท่านจะอยู่อาศัยในประเทศมาเลเซีย<br />
เป็นระยะเวลานาน โปรดแจ้งชื่อ และที่อยู่<br />
ต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ/สถานกงสุลฯ เพื่อประโยชน์ในการติดต่อ<br />
หรือให้ความช่วยเหลือในกรณีจำเป็น      สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัว ลาลัมเปอร์<br />
(Royal Thai Embassy)<br />
No. 206 Jalan Ampang,50450   Kuala Lumpur<br />
โทรศัพท์ (603) 2148-8222, 2148-8350, 2148-8420, 2148-8005<br />
โทรสาร (603) 2148-6522, 2148-6615</p>
<p>เวลาทำการ วันจันทร์-วันศุกร์<br />
09.00-13.00 น. และ 14.30-16.30 น.<br />
กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ โทรศัพท์ 0 2575 1046-51โทรสาร 0 2575 1052</p>
<p>ประเทศมาเลเซีย : เมืองโกตาบารู</p>
<p>กัวลาลัมเปอร์ : เมืองโกตาบารู : รัฐปีนัง<br />
ข้อมูลเบื้องต้น : เมืองโกตาบารู<br />
ที่ตั้ง     เมืองโกตาบารู ตั้งอยู่ในรัฐกลันตัน ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของคาบสมุทรมลายู<br />
ทิศเหนือ จดประเทศไทยที่ อ.สุคิริน อ.แว้ง อ.สุไหงโก-ลก<br />
ทิศใต้ จดรัฐปาหัง ทิศตะวันตก จดรัฐเปรัค<br />
พื้นที่     14,943 ตร.กม. คิดเป็นร้อยละ 4.40 ของพื้นที่ประเทศ (330,400 ตร.กม.)<br />
ภูมิประเทศ     เป็นป่าไม้และภูเขา (ประมาณ 2 ใน 3 ของพื้นที่ทั้งหมด)<br />
ภูมิอากาศ     ร้อน ชื้นและมีฝนตกชุก อุณหภูมิโดยเฉลี่ยประมาณ 21-32 องศาเซลเซียส มี 2 ฤดู คือ ฤดูร้อน (ประมาณกลางเดือน ม.ค.-ต.ค.) และ ฤดูฝน (พ.ย.- ประมาณกลางเดือน ม.ค.)<br />
ประชากร     1,378,100 คน (พ.ศ. 2541) คิดเป็นร้อยละ 6.2 ของประชากรทั้งประเทศ (22,197,400 คน)<br />
ประกอบด้วย มาเลย์ 94.1 จีน ร้อยละ 3.6 ไทย ร้อยละ 1.8 อินเดีย ร้อยละ 0.5</p>
<p>แหล่งท่องเที่ยว<br />
กลันตันเป็นรัฐที่เคร่งศาสนามากที่สุดในมาเลเซีย จนได้รับการขนานนามว่า ชานนครเมกกะห์ นอกจากนี้ รัฐกลันตันเป็นรัฐแห่งวัฒนธรรมดั้งเดิมที่น่าสนใจที่สุดในมาเลเซีย การละเล่นพื้นบ้านอย่างเช่น เรบานะและกรือโต๊ะซึ่งสูญหายไปจากรัฐอื่น ๆ แล้วยังมีอยู่ที่กลันตันเพียงแห่งเดียว</p>
<p>แหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่แสดงให้เห็น วัฒนธรรมของมาเลเซีย ได้แก่ พระราชวังและพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ สถานที่ท่องเที่ยวนอกเมือง เช่น หาดปันไต ซาฮายา แหล่งผลิตผ้าบาติก และงานหัตถกรรมก็เป็นที่น่าสนใจ</p>
<p>การแต่งกาย<br />
ชาว มาเลเซียโดยเฉพาะสตรีส่วนใหญ่ นิยมแต่งกายด้วยชุดประจำศาสนาอิสลาม สตรีชาวมาเลเซียจะมีผ้าคลุมศีรษะและนุ่งห่มมิดชิด นักท่องเที่ยวต้องแต่งกายให้เหมาะสม หากจะเข้าเยี่ยมชมมัสยิดหรือวัด สำหรับสตรีต้องติดต่อราชการหรือธุรกิจ ควรแต่งกายสุภาพ กระโปรงยาวคลุมเข่า</p>
<p>การเข้าเมือง<br />
การ เดินทางเข้ามาเลเซีย สำหรับคนไทยไม่ต้องมีวีซ่าแต่ต้องมีหนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุ หรือใช้เอกสารผ่านแดน (Border Pass) สำหรับบุคคลสัญชาติไทยที่มีภูมิลำเนาอยู่ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา และสตูล)</p>
<p>ผู้เข้าเมืองทุกคนต้องกรอกแบบฟอร์มการเดิน ทางเข้าเมือง (Disembaskation Form) และแบบฟอร์มแจ้งการถือครองเงิน (Travellers Declaration Form &#8211; TDF) ซึ่งต้องกรอกทั้งขาเข้าและขาออกจากมาเลเซีย</p>
<p>การถือครองเงิน<br />
นัก เดินทางนำเข้าหรือนำออกเงินริงกิตจากมาเลเซียได้ไม่เกินคนละ 1,000 ริงกิต ส่วนการนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาเลเซีย สามารถทำได้ไม่จำกัดจำนวน การนำเงินตราต่างประเทศออกนอกมาเลเซียโดยพลเมืองมาเลเซียเอง ทำได้ครั้งละไม่เกินมูลค่าเทียบเท่า 10,000 ริงกิต ส่วนผู้ที่ไม่ใช่พลเมืองมาเลเซีย อนุญาตให้นำออกได้เท่ากับจำนวนที่นำเข้ามา</p>
<p>การตรวจลงตรา<br />
นัก เดินทางที่ถือสัญชาติของประเทศสมาชิกกลุ่มอาเซียน และจะพำนักในมาเลเซียได้ไม่เกิน 1 เดือน โดยไม่ต้องขอรับการตรวจลงตรา หากต้องการพำนักเกิน 1 เดือน ต้องขอรับการตรวจลงตราก่อนเดินทางเข้ามาเลเซีย ยกเว้นบุคคลสัญชาติสิงคโปร์และบรูไน</p>
<p>การเดินทางเข้ารัฐกลันตัน<br />
การ เดินทางสามารถขับรถยนต์เข้าทางด่านสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ได้ในช่วงเวลา 05.00 &#8211; 21.00 น. (เวลาไทย) หรือทางด่านตากใบ ตั้งแต่ 05.00 &#8211; 18.00 (เวลาไทย) ทั้งนี้ยานพาหนะที่ขับเข้ามาเลเซียต้องมีประกัน พ.ร.บ. บุคคลที่ 3 ซึ่งสามารถแวะทำประกันได้บริเวณชายแดนฝั่งไทย และต้องกรอกแบบฟอร์มแจ้งการนำยานพาหนะเข้ามาเลเซีย (International Circulation Permit-ICP)</p>
<p>ศุลกากร<br />
ห้ามนำเข้ายาเสพติด มาเลเซียกำหนดโทษสำหรับผู้ลักลอบนำเข้ายาเสพติดสูง และเข้มงวดถึงขั้นประหารชีวิต<br />
ห้ามนำเข้า อาวุธปืน กระสุน อุปกรณ์ขุดเจาะและนิตยสารหรือวัสดุใด ๆ ที่เป็นภาพอนาจาร</p>
<p>ที่พัก<br />
มีให้เลือกมากมาย ส่วนใหญ่เป็นโรงแรมระดับกลางและระดับประหยัด โรงแรมหรูหราขณะนี้มีเพียง 2 แห่ง ราคาตั้งแต่ 60-250 ริงกิต</p>
<p>เวลาราชการ<br />
สถาน ที่ราชการเปิดทำการตั้งแต่วันอาทิตย์ &#8211; วันพฤหัสบดี วันอาทิตย์ &#8211; วันพุธ ตั้งแต่เวลา 08.00-16.45 น. วันพฤหัสบดี เวลา 08.00-16.30 น. (เวลามาเลเซียเร็วกว่าไทย 1 ช.ม.)</p>
<p>หากท่านจะอยู่อาศัยในประเทศมาเลเซีย<br />
เป็นระยะเวลานาน โปรดแจ้งชื่อ และที่อยู่<br />
ต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ/สถานกงสุลฯ เพื่อประโยชน์ในการติดต่อ<br />
หรือให้ความช่วยเหลือในกรณีจำเป็น     สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองโกตาบารู<br />
(Royal Thai Consulate General, Kota Bharu)<br />
4426 Jalan Pengkalan Chepa,<br />
15400 Kota Bharu, Kelantan<br />
โทรศัพท์ : (09) 7445266, 7482545<br />
โทรสาร : (09) 7449801<br />
ประเทศมาเลเซีย : รัฐปีนัง</p>
<p>กัวลาลัมเปอร์ : เมืองโกตาบารู : รัฐปีนัง<br />
ข้อมูลเบื้องต้น : รัฐปีนัง</p>
<p>ที่ตั้ง     รัฐ ปีนังประกอบด้วย เกาะปีนังและบริเวณซึ่งเรียกว่า Province Wesllesley หรือ Seberang Prai หรือ Butterworth ปัจจุบันมีสะพาน Penang bridge เชื่อมระหว่างรัฐปีนังและเกาะปีนัง<br />
พื้นที่     1,031 ตร.กม.<br />
เมืองหลวง     Georgetown ตั้งอยู่บนเกาะปีนัง<br />
ประชากร     1.45 ล้านคน<br />
ภูมิอากาศ     ค่อนข้างร้อนและชื้นตลอดปี อุณหภูมิเฉลี่ย 27-33 องศาเซลเซียส<br />
อัตราแลกเปลี่ยน     1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 3.7 ริงกิต<br />
1 ริงกิต เท่ากับ 10 บาท</p>
<p>ทางอากาศ<br />
ท่าอากาศ Bayan Lepas ปีนัง โดยสายการบินไทย เปิดบริการทุกวัน กรุงเทพฯ &#8211; ปีนัง</p>
<p>ทางรถไฟ<br />
สถานีรถไฟ Butterworth ปีนัง เปิดบริการทุกวัน กรุงเทพฯ &#8211; ปีนัง</p>
<p>เรือโดยสาร<br />
Penang port เดินทางจากจังหวัดสตูลมายังเกาะลังกาวี</p>
<p>รถโดยสาร<br />
มีบริการรถตู้โดยสารจาก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มายังปีนังทุกวัน ระยะเวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง</p>
<p>การเข้าเมือง<br />
ผู้ ถือหนังสือเดินทางไทยและหนังสือเดินทางมาเลเซีย สามารถเดินทางระหว่างประเทศไทย มาเลเซีย เพื่อการท่องเที่ยวได้โดยไม่ต้องขอรับการตรวจลงตรา และสามารถพำนักอยู่ในประเทศได้เป็นเวลา 30 วัน</p>
<p>ด่านตรวจคนเข้าเมืองแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย</p>
<p>* Bukit Kayu Hitam รัฐเคดาห์ (เวลาทำการ 06.00-24.00 น.) ตามเวลาท้องถิ่น ติดต่อกับด่านตรวจคนเข้าเมือง อ.สะเดา จ.สงขลา<br />
* Padang Besar รัฐเปอร์ลิส (เวลาทำการ 06.00-22.00 น.) ตามเวลาท้องถิ่น ติดต่อกับด่านตรวจคนเข้าเมืองปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา (ทางรถยนต์) Padang Besar รัฐเปอร์ลิส (ทางรถไฟ) เปิดทำการตามเวลาของขบวนรถไฟ ติดต่อกับด่านตรวจคนเข้าเมืองปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา<br />
* Wang Kelian รัฐเปอร์ลิส (เวลาทำการ 06.00-18.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น) ติดต่อกับด่านตรวจคนเข้าเมืองวังประจัน อ.ควนโดน จ. สตูล<br />
* Rantau Panjang รัฐกลันตัน (เวลาทำการ 06.00-22.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น) ติดต่อกับด่านตรวจคนเข้าเมือง อ.สุไหงโกลก จ. นราธิวาส<br />
* Pangkalan Kubur รัฐกลันตัน (เวลาทำการ 06.00-18.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น) ติดต่อกับด่านตรวจคนเข้าเมือง อ.สุไหงโกลก จ. นราธิวาส<br />
* Bukit Berapit, Kroh รัฐเปรัค (เวลาทำการ 06.00-18.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น) ติดต่อกับด่านตรวจคนเข้าเมือง อ.เบตง จ.ยะลา</p>
<p>เงินตรา</p>
<p>* ผู้ที่มีถิ่นพำนักและผู้ที่ไม่มีถิ่นพำนักในประเทศ มาเลเซีย ได้รับอนุญาตให้นำเงินมาเลเซียเข้าและออกจากประเทศมาเลเซียได้เป็นจำนวนไม่ เกินคนละ 1,000 ริงกิตมาเลเซีย หรือประมาณหนึ่งหมื่นบาท<br />
* ไม่จำกัดจำนวนเงินตราต่างประเทศ (เงินสด และเช็คเดินทาง) ซึ่งผู้ที่มีถิ่นพำนักและผู้ที่ไม่มีถิ่นพำนักในประเทศมาเลเซียนำเข้ามาใน ประเทศมาเลเซีย<br />
* ผู้ที่มีถิ่นพำนักในประเทศมาเลเซียได้รับอนุญาตให้นำ เงินตราต่างประเทศ (เงินสด และเช็คเดินทาง) ออกนอกประเทศได้ไม่เกินคนละ 10,000 ริงกิต<br />
* หากประสงค์จะนำเงินตราต่างประเทศ (เงินสด และเช็คเดินทาง) ออกนอกประเทศมาเลเซียเป็นจำนวนเกินกว่าจำนวนเงินที่กำหนด สามารถขออนุญาตได้ที่<br />
Exchange Control Development<br />
Bank Negara Malaysia Jalan Dato&#8217;Onn 50480<br />
Kuala Lumpur<br />
โทรศัพท์ (603) 291-6473, 292-8736, 298-8044<br />
ext. 8052 / 8194 / 8276 โทรสาร (603) 293-7732<br />
ผู้เดินทางเข้า-ออกประเทศมาเลเซียต้องสำแดงรายการเกี่ยวกับจำนวนเงินซึ่งมีอยู่ในขณะเดินทาง</p>
<p>ข้อควรระวัง รัฐบาลมาเลเซียกำหนดบทลงโทษประหารชีวิต กรณีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและอาวุธ</p>
<p>รัฐเคดาร์<br />
ที่ตั้ง     ตั้งอยู่ที่ทาง ตอนเหนือของมาเลเซีย โดยทิศเหนือมีอาณาเขตติดกับประเทศไทยด้านจังหวัดสงขลาและจังหวัดยะลา โดยมีแม่น้ำชางลางแบ่งเขตกับรัฐเปอลิส ทิศใต้ได้มีแม่น้ำแบ่งเขตกับรัฐปีนัง และมีแม่น้ำเกรียนแบ่งเขตกับรัฐเปรัค ทิศตะวันออกจรดรัฐเปรัค<br />
พี้นที่     9,426 ตร.กม.<br />
เมืองหลวง     Alor Setar</p>
<p>ประชากร     1.77 ล้านคน</p>
<p>การคมนาคม<br />
ทางอากาศ     มีสนามบินนานาชาติที่เกาะลังกาวี และมีสนามบินภายในประเทศที่ Alor Setar<br />
ทางรถยนต์     มี Super Highway จาก ด่าน Bukit Kayu Hitam ไปยังเมือง Johore Baharu (North-South Highway)<br />
ทางเรือ     มีท่าเรือกัวลาเคดาห์ไปยังเกาะลังกาวี</p>
<p>สภาพเศรษฐกิจ</p>
<p>เดิมเป็นแหล่งผลิตข้าวที่ใหญ่ที่สุดของมาเลเซีย ต่อมารัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมและมีนโยบายพัฒนารัฐเคดาห์ ให้เป็นรัฐอุตสาหกรรม โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดเล็ก ซึ่งรัฐบาลได้ส่งเสริมให้มีเขตอุตสาหกรรมหลายแห่ง เช่น Bukit Kayu Hitam Industrial Estate IKS DEDA Park และ Kulim Hi Tech Park</p>
<p>รัฐเปอร์ลิส<br />
ที่ตั้ง     เป็นรัฐที่เล็ก ที่สุดของมาเลเซีย ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของมาเลเซีย มีพรมแดนทางทิศเหนือติดกับจังหวัดสตูลและสงขลา ทิศตะวันออกและทิศใต้ติดกับรัฐเคดาห์ และมีชายฝั่งทะเลติดต่อช่องแคบมะละกา<br />
พี้นที่     810 ตร.กม.<br />
เมืองหลวง     Kangar<br />
ภูมิอากาศ     มรสุมร้อนชื้น (Tropical Monsoon) มีอุณหภูมิระหว่าง 21-32 องศาเซลเซียส</p>
<p>ประชากร     217,900 คน</p>
<p>การคมนาคม<br />
ทางรถยนต์     จากด่านตรวจคนเข้าเมืองปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา กับด่านปาดังเบซาร์ รัฐเปอร์ลิส มาเลเซีย<br />
ด่านตรวจคนเข้าเมืองวังประจัน อ.ควนโดน จ.สตูล กับด่านวังเกลียน<br />
ทางรถไฟ     ด่านปาดังเบซาร์ จ.สงขลาและด่านปาดังเบซาร์ รัฐเปอร์ลิส</p>
<p>สภาพเศรษฐกิจ</p>
<p>เดิมเป็นรัฐเกษตรกรรมและต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงให้พัฒนาเป็นภาคอุตสาหกรรม มีเขตอุตสาหกรรม 4 เขต คือ Jelawi Light Industrial Estate, Chuping Heavy Industrial Estate ,Kuala Perlis Industrial Estate และ Pedang Besar Industrial Estate</p>
<p>สำหรับคนไทยที่ประสบปัญหาในรัฐปีนัง รัฐเคดาร์ และรัฐเปอร์ลิส โปรดติดต่อ</p>
<p>หากท่านจะอยู่อาศัยในประเทศมาเลเซีย<br />
เป็นระยะเวลานาน โปรดแจ้งชื่อ และที่อยู่<br />
ต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ/สถานกงสุลฯ เพื่อประโยชน์ในการติดต่อ<br />
หรือให้ความช่วยเหลือในกรณีจำเป็น     สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองปีนัง<br />
(Royal Thai Consulate General, Penang)<br />
No. 1 Jalan Tunku Abdul Rahman 10350 Penang<br />
โทรศัพท์ (604) 226-8029, 226-9484<br />
โทรสาร (604) 226-3121,226-2533<br />
E-mail : thaipg@tm.net.my<br />
เวลาทำการ 09.00-12.00 น. และ 14.00-16.30 น.<br />
วันจันทร์ถึงวันศุกร์</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tourtriptravel.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
